ส่วนที่ 5 รายงานผลการประกักันคุคุณภาพการศึศึกษาภายในสถานศึศึกษาตามมาตรฐานการศึศึกษาของสถานศึศึกษา

         ผลการประเมิณคุณภาพกาศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 3มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิณ 33 ภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานกาศึกษาของสถานศึกษาดังต่อไปนี้

มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.1.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.1.3 การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต
สมรรถนะด้านภาษา
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐาน V-Net จำนวน 6 คน

สมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล ตามมาตรฐาน V-Net จำนวน 6 คน

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษามีความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายสำคัญ ที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมายสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการ ด้านที่ 1 ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษารัฐบาลและเอกชน ประเด็นที่ 1.4 ยกระดับคุณภาพหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในระดับชาติและระดับสากล

– ด้านวิชาการ

การทดสอบการพัฒนาทักษะทางภาษาของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษา ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัย มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะและ คุณภาพที่พึงประสงค์เป็นไปตามมาตรฐาน

– ด้านเศรษฐกิจ

การนำผลทดสอบการพัฒนาทักษะทางภาษาตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษามาใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียววางแผนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการทดสอบ V-NET

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการดำเนินการตามโครงการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพดังนี้
โครงการทดสอบ V-NET ปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 25 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทยเยอรมัน โดยวิธีการทดสอบ

2.3) การติดตามและประเมินผล

ผลการติดตามและประเมินผลการดำเนินการทดสอบ V-NET ปีการศึกษา 2567 ของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ผลปรากฏว่าผู้สำเร็จการศึกษาที่ผ่านการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ด้านภาษาอังกฤษและตัวดิจิทัล คิดเป็นร้อยละ 4.91
2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการทดสอบการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ และด้านดิจิทัลโดยการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ให้กับผู้สำเร็จการศึกษา ทำให้ครูนำไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นต่อผู้สำเร็จการศึกษา ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษานำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาต่อ การทำงานและการทำผลงานทางวิชาการได้ และวิทยาลัยจะพัฒนาให้ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ในปีการศึกษาต่อไปเพิ่มขึ้นผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้

ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านความรู้ ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี
1.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง
ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลไม่ต่ำกว่า 2.00 คิดเป็นร้อยละ 100
1.2 การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ
ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก คิดเป็นร้อยละ 100
2. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านความรู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้
3. จุดเด่นด้านความรู้
3.1 วิทยาลัยมีการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางโดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผล ไม่ต่ำกว่า 2.00 คิดเป็นร้อยละ 100
3.2 วิทยาลัยมีการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาที่ผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก โดยมีการจัดโครงการติวผู้สำเร็จการศึกษาก่อนการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก คิดเป็นร้อยละ 100
4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้
4.1 ควรพัฒนาการทดสอบสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษาให้มีจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบมากขึ้น และผลสัมฤทธิ์ทางการสอบเพิ่มขึ้น
5. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านความรู้
5.1 ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษาให้มากขึ้น
5.2 มีการติวก่อนการทดสอบเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการสอบเพิ่มขึ้น

6. ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ 

ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

 

  1. 3. วิทยาลัยมีความพร้อมในด้านการบริหารจัดการบุคลากร สภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ สื่อ แหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศของวิทยาลัยที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้คุณภาพการศึกษาด้านต่างๆ ของวิทยาลัยฯ มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเป็นอย่างดี2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

    2.1) การวางแผน

    • วิทยาลัย มีการวางแผนพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ โดยมีแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ ดังนี้

    1. โครงการปฐมนิเทศนักศึกษา ผู้ปกครองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567

    2. โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ฝึกงาน ประจำปีการศึกษา 2567

    3. โครงการแข่งขันทักษะระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567

    4. โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2567

    5. โครงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอาชีวศึกษา V-NET ประจำปีการศึกษา 2567

    6. โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ (ศูนย์บ่มเพาะ) ประจำปีการศึกษา 2567

    7. โครงการศึกษาดูงาน ประจำปีการศึกษา 2567

    8. โครงการอบรมผู้เชี่ยวชาญ ประจำปีการศึกษา 2567

    9. โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ(ที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน) ประจำปีการศึกษา 2567

      2.2) การดำเนินการตามแผน

      1. โครงการปฐมนิเทศนักศึกษา ผู้ปกครองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 22 มีนาคม 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยจัดปฐมนิเทศให้ความรู้ก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

      2. โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ฝึกงาน ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 1 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยจัดกิจกรรมสร้างขวัญและกำลังใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตการทำงานหรือศึกษาต่อ

      3. โครงการแข่งขันทักษะระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วิทยาลัยอาชีวศึกษาการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยเทคโนโลยี ขอนแก่น และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยวิธีการเข้าร่วมการแข่งขัน (ข้อความในภาพมีการพิมพ์ซ้ำส่วนจังหวัดขอนแก่น)

      4. โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 6-7 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการทดสอบ

      5. โครงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอาชีวศึกษา V-NET ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 5 มกราคม 2568 ณ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปราจีนบุรี โดยวิธีการทดสอบ

      6. โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ (ศูนย์บ่มเพาะ) ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 9-10 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีจัดอบรม

      7. โครงการศึกษาดูงาน ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 28 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทย-เยอรมัน (จีเทค) โดยวิธีเข้าเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ตามสาขาวิชาชีพ

      8. โครงการอบรมผู้เชี่ยวชาญ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีจัดอบรม

      9.  โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ(ที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน) ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 7-24 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีส่งแบบสำรวจไปยังสถานประกอบการ

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัย ติดตามและประเมินผลการดำเนินการ ประเมินมาตรฐานวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยดำเนินการจัดการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัย นำผลการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดย ดำเนินการดังนี้
พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และตรงตามสถานประกอบการต้องการ
วางแผนจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุน ส่งเสริมครูและผู้สำเร็จการศึกษา มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ และสร้างโอกาสในการศึกษาต่อ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.2 การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับภาค และระดับจังหวัด รวมทั้งสิ้น 33 รางวัล จำแนกในแต่ละระดับ 

ดังนี้

  1. รางวัลระดับสถานศึกษา จำนวน 0 รางวัล

  2. รางวัลระดับจังหวัด จำนวน 0 รางวัล

  3. รางวัลระดับภาค จำนวน 9 รางวัล

  4. รางวัลระดับชาติ จำนวน 24 รางวัล

  5. รางวัลระดับนานาชาติ จำนวน 0 รางวัล

    1.3) ผลกระทบ

    ด้านนโยบาย

    สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาทักษะวิชาชีพเพื่อลดภาระของผู้เรียนและผู้ปกครองในประเด็นการพัฒนาทักษะและสมรรถนะวิชาชีพ (Up-Skill, Re-Skill) ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรม เพื่อพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีทักษะทางด้านวิชาชีพสู่การแข่งขันในระดับต่าง ๆ และสนับสนุนผู้เรียนในการฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ให้มีการพัฒนาสมรรถนะอาชีพ การผลิตและพัฒนากำลังคน ให้มีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการและวิชาชีพ

    – ด้านวิชาการ

    การดำเนินงานมุ่งให้ความรู้การพัฒนาทักษะทางวิชาชีพแก่ผู้เรียนผ่านกระบวนการ การจัดการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ และพัฒนาสมรรถนะ ความสามารถของผู้เรียน ให้สามารถนำความรู้ ความชำนาญทางด้านวิชาชีพสู่การแข่งขันในอนาคต

    – ด้านเศรษฐกิจ

    การส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะทางด้านวิชาชีพ สามารถกลายเป็นหนึ่งในกลไก ขับเคลื่อนตลาดแรงงาน เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ตามสิ่งที่ตนเองถนัดและสนใจแล้ว ยังช่วยสร้างบุคลากรเฉพาะทางในสายอาชีพต่าง ๆ ที่ตลาดแรงงานขาดแคลนหรือกำลังต้องการกำลังคนได้อีกด้วย– ด้านสังคม

    สถานศึกษาปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นบุคลากรที่ดีของสังคม มีความรู้ ความชำนาญด้าน วิชาชีพ มีคุณธรรมสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมและช่วยเหลือสังคมได้ 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

    2.1) การวางแผน

    วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้

    โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ

    2.2) การดำเนินการตามแผน

    วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้

    โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยเทคโนโลยี ขอนแก่น และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยวิธีการแข่งขัน

    2.3) การติดตามและประเมินผล

    วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามประเมินผลการดำเนินการ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะด้านทักษะวิชาชีพ โดยให้มีการประกวดแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับสถานศึกษา และ รายงานผลการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับสถานศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ

    2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะด้านทักษะวิชาชีพไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการให้มีการประกวดแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับสถานศึกษาและได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับจังหวัดระดับภาคและระดับชาติ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.3 สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 75 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 28.85 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด

 

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือ ประกอบอาชีพอิสระอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

สอดคล้องนโยบายยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษารัฐและเอกชน ในประเด็น ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียน “มีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำ มีเงินฝาก” มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนา ผู้ประกอบการใหม่ให้สามารถสร้างช่องทางการเข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ทางธุรกิจสำหรับการเพิ่มช่องทางอาชีพให้กับผู้เรียน สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

– ด้านวิชาการ

การดำเนินกิจกรรมที่มุ่งให้องค์ความรู้ด้านธุรกิจแก่ผู้เรียนและส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการแก่ผู้เรียนผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมภายในศูนย์บ่มเพาะ ผู้ประกอบการอาชีวศึกษา โดยการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้มีประสบการณ์การทำธุรกิจทั้งในและนอกสถานศึกษา สามารถนำความรู้และประสบการณ์ต่อยอดไปเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้

– ด้านเศรษฐกิจ

การส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการใหม่เพื่อเป็นรากฐานสำคัญทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม เช่น ธุรกิจ startup ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการรายใหม่ได้นำเสนอนวัตกรรมของสินค้าหรือบริการที่มีความน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ใน ในการต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีรายได้สามารถประกอบธุรกิจได้

– ด้านสังคม

การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีความเจริญเติบโต ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเสรีทางการค้า มีการเคลื่อนย้ายทรัพยากร เงินทุน แรงงาน ผู้ประกอบการ สินค้าและบริการต่างๆ และนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมผู้ประกอบการมากขึ้น ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษา นำความรู้ไปประกอบอาชีพและดำรงตนอยู่ในสังคมได้

– ด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

การดำเนินกิจกรรมศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องการตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระโดยมีการจัดทำแผนงาน โครงการและกิจกรรมพัฒนาการศึกษาวิชาชีพด้วยการพัฒนาทักษะพื้นฐานของ ผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มีความรู้ทางด้านการจัดการธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งวิทยาลัยฯ อยู่ในพื้นที่แหล่งชุมชน มีโอกาส ในการดำเนินกิจกรรมศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาได้ดี

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2567 โดยวิธีจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ โดยการเข้าสังเกตการอบรมและการลงมือทำกิจกรรมในขณะอบรม

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำการพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระมาใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.4 การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ

1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต 

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ของบริษัทเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำนวน 2 คน

  1. ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) จำนวน 38 คน
  2. ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัท WIL-CALCOMP จำนวน 4 คน
  3. ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทวีแวร์ แอนด์ ไวร์เลส จำนวน 2 คน
  4. ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทกรีน ฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด จำนวน 6 คน
  5. ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทบิสเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด จำนวน 29 คน
  6. ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทสยามออโต้แบคส์ จำกัด จำนวน 13 คน

1.2) ผลลัพธ์


ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัท WIL-CALCOMP จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทวีแวร์ แอนด์ ไวร์เลส จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทกรีน ฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทบิสเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทสยามออโต้แบคส์ จำกัด จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

1.3) ผลกระทบ
ผลที่เกิดจากการดำเนินการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลให้กับผู้สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นระบบ เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้
– ด้านนโยบาย
สอดคล้องกับนโยบายศูนย์บริหาร เครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management :CVM) และข้อย่อยที่ 1.4 ยกระดับคุณภาพหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ยึดโยงกับมาตรฐาน อาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในระดับชาติและระดับสากล
– ด้านวิชาการ
การดำเนินการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลให้กับผู้สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีสมรรถนะอาชีพสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน สามารถปฏิบัติงานในสถานประกอบการได้อย่างมีศักยภาพ
– ด้านสังคม
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ตระหนักถึงความสำคัญของการรับรอง สมรรถนะอาชีพของผู้สำเร็จการศึกษาจากองค์กรภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ ถือเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกเพื่อการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาด แรงงาน จึงได้รับความเชื่อมั่นจากสถาน ประกอบการที่รับผู้สำเร็จการศึกษาเข้าทำงาน รวมทั้งเกิดเป็นความภาคภูมิใจต่อการเป็นนักศึกษา ที่ได้มาตรฐานของชุมชน สถานประกอบการ องค์กรท้องถิ่นและองค์กรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ได้วางแผนที่จะพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐาน อาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตาม มาตรฐานอาชีพโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1โครงการ ดังนี้
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 7 – 24 มกราคม 2568 โดยวิธีการทดสอบ

 

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.5 การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 จำนวน 221 คน มีงานทำและศึกษาต่อ จำนวน 204 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 มีงานทำและศึกษาต่อ จำนวน 204 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

วิทยาลัยฯ ส่งเสริมช่วยเหลือให้นักเรียนนักศึกษาสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแต่ละระดับ ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ มีทักษะวิชาชีพเป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ การศึกษา มีทักษะที่จำเป็นของคนในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะชีวิตดิจิทัล ทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิต สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน

– ด้านวิชาการ

วิทยาลัยฯ ได้นำข้อมูลการติดตามภาวะการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษา ไปใช้ในการประกอบการพิจารณาพัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัยในยุคศตวรรษที่ 21 รวมถึงการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ คุณธรรมจริยธรรม และทักษะการประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน

– ด้านเศรษฐกิจ

ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยฯ มีความรู้ ทักษะวิชาชีพเป็นไปตามมาตรฐาน คุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถหางานทำหลังสำเร็จการศึกษาในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เป็นผู้ประกอบการและประกอบอาชีพอิสระ ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น

– ด้านสังคม

วิทยาลัยฯ ได้นำผลข้อมูลการติดตามการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละปีการศึกษา เพื่อช่วยเหลือ สนับสนุน แนะนำช่องทางในการประกอบอาชีพเพื่อลดอัตราการว่างงาน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้เกิดอัตราการก่ออาชญากรรมน้อยลง ทำให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุขตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีสุขภาวะที่ดี
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการติดตามการมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567

2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อติดตามการมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้

ครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 8 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการส่งแบบสอบถามออนไลน์

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.6 ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยได้ดำเนินการศึกษาความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 รายละเอียดตามรายงานผลการศึกษาความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา

1.2) ผลลัพธ์

หน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ มีความพึงพอใจต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวเป็นกำลังคนสายอาชีพที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูงตอบสนองความต้องการกำลังคนของสถานประกอบการ

– ด้านวิชาการ

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีแนวทางในการพัฒนาทักษะคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ

– ด้านเศรษฐกิจ

ผู้เรียนมีสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ลดเวลาและ ทรัพยากรในการเตรียมคนเข้าสู่โลกอาชีพ มีความพร้อมในการทำงานทันที

– ด้านสังคม

ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีทักษะและสมรรถนะอาชีพสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567
2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 8 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการส่งแบบสอบถามออนไลน์
2.3) การติดตามและประเมินผล
ผลการติดตาม และประเมินผลการดำเนินการประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ผลปรากฏว่าสถานประกอบการหรือผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อผู้สำเร็จการศึกษาในระดับดีขึ้นไปภาพรวมของสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100

ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ จำนวน 6 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี
1.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด จำนวน 260 คน ดังนี้
1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 174 คน
1.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 86 คน
2. ผู้สำเร็จการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพตามเกณฑ์การวัดและประเมินผล ไม่ต่ำกว่า 2.00 จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ดังนี้
2.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 174 คน คิดเป็นร้อยละ 100
2.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.2 การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 คน
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 รางวัล ดังนี้

2.1 ระดับสถานศึกษา จำนวน 24 รางวัล
2.2 ระดับจังหวัด จำนวน – รางวัล
2.3 ระดับภาค จำนวน 9 รางวัล
2.4 ระดับชาติ จำนวน 24 รางวัล
2.5 ระดับนานาชาติ จำนวน – รางวัล

3.3 การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ

ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ทั้งหมด จำนวน 94 คน ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ จำนวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

1.4 ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา
ในปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด จำนวน 221 คน ดังนี้
1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 63 คน
1.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 70 คน
2. ผู้สำเร็จการศึกษาที่วิทยาลัยติดตามได้ ที่หน่วยงาน สถานประกอบการ หรือผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ดังนี้
2.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 100
2.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน – คน คิดเป็นร้อยละ –
4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้
4.1 สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ
4.2 การมีงานทำหรือศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา

สรุป
ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับคุณภาพ
ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5

ประเด็นการประเมินที่ 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.3.1 การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้
1.1) ผลผลิต
ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 260 คน
1.2) ผลลัพธ์
ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้สำเร็จการศึกษา

1.3) ผลกระทบ


– ด้านนโยบาย



สถานศึกษานำแนวนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ด้านการเสริมสร้างอาชีวศึกษาปลอดภัย ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
– ด้านวิชาการ
การนำรูปแบบการดำเนินงานขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัย มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทั้งสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้เรียน ครอบครัวและชุมชนตามความเหมาะสม
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 12 โครงการ ดังนี้
โครงการค่ายพัฒนาบุคลิกภาพ
โครงการวันแม่แห่งชาติ
โครงการเลือกตั้งนายกองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย(อวท.)
โครงการประกวดดาว-เดือน ดาวเทียม
โครงการไหว้ครู และประดับเข็ม พิธีบายศรีสู่ขวัญต้อนรับน้องใหม่ ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการบริจาคโลหิต
โครงการปั้นเสียงสวรรค์สู่แชมป์ ปีที่ 21
โครงการแข่งขันกีฬาต่อต้านยาเสพติด เทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ 10 ครั้งที่ 21
โครงการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย (ทำบุญขึ้นปีใหม่)
โครงการมหกรรมกีฬาสีภายใน ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการพี่น้องชุมฉ่ำ สานสัมพันธ์น้องพี่ ประจำปีการศึกษา 2567

2.3) การติดตามและประเมินผล
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประเมินผลการดำเนินการ การพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา นำการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการ ติดตามและประเมินผลปรากฏดังนี้
นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงาน องค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย
ตรวจสอบ ทบทวน โดยนำผลประเมินที่ได้มาทำการวิเคราะห์เพื่อวางแผน ปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานในครั้งต่อไป โดยเสนอแนะปัญหา แนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา
ประเมินคุณภาพการดำเนินกิจกรรมตามโครงการให้มีคุณภาพตาม วัตถุประสงค์
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.3.2 การประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต
ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด จำนวน 260 คน

1.2) ผลลัพธ์
ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด ในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลทั้งหมด

– ด้านเศรษฐกิจ

จากการนำรูปแบบการดำเนินงานขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัย มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ตลาดแรงงาน สามารถ ประยุกต์ใช้ความรู้และสมรรถนะในการประกอบอาชีพภายใต้หลักคุณธรรม จริยธรรม สามารถแข่งขันได้ และมีโอกาสก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพ
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 12 โครงการ ดังนี้
(รายการโครงการ 1-12 เหมือนหน้าที่ 51)

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประเมินผลการติดตามและประเมินผล การพัฒนาคุณภาพผู้ สำเร็จการศึกษาให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์การวัด และประเมินผลที่สถานศึกษากำหนดโดยดำเนินการประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาจากการเข้าร่วมกิจกรรมให้ผ่านการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด ร้อยละ 100

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.3.3 การดูแลช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้
1.1) ผลผลิต
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยมีผู้สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 260 คน
1.2) ผลลัพธ์
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยมีผู้สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 76.70 ของผู้เรียนแรกเข้า
1.3) ผลกระทบ
– ด้านนโยบาย
การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนด้านการส่งเสริมในส่วนที่ดีของผู้เรียน การป้องกันมิให้เกิดปัญหาลุกลามมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง กลุ่มปัญหา ซึ่งผู้บริหาร ครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน ผู้เรียนและผู้ปกครองต้องร่วมกันแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนในเบื้องต้นได้โดยให้มีการทำงานอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ซึ่งแสดงถึงการทำงานที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ด้วยเหตุนี้การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน จึงเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เป็นไปตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการศึกษาที่มุ่งให้ทั้งผู้เรียน บุคลากร และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน รวมทั้งกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ตรวจสอบได้เป็นที่ยอมรับของชุมชนและสังคม 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการดูแลช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษาโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 4 โครงการ ดังนี้
โครงการแจ้งการมาเรียนของนักเรียนถึงผู้ปกครอง (การส่งไปรษณีย์บัตร)
โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อลดการออกกลางคันของผู้เรียนอาชีวศึกษา
โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม
โครงการแก้ปัญหานักเรียนมาสาย
โครงการอบรมรณรงค์ป้องกันแก้ปัญหายาเสพติดและคัดกรองนักเรียน-นักศึกษากลุ่มเสี่ยง

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการดูแล ช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา โดยดำเนินการจัดทำคำสั่งครูที่ปรึกษา เพื่อมอบหมายหน้าที่ประจำชั้นเรียน ในการดูแลช่วยเหลือให้คำแนะนำที่เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้เรียน ปรากฏผลดังนี้
ผู้เรียนที่จัดอยู่ในกลุ่มปกติได้รับการพัฒนา สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น
ผู้เรียนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปัญหา ได้รับคำแนะนำช่วยเหลือ
ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์และสังคม โดยผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมทักษะ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการติดตามประเมินผลการดูแลช่วยเหลือ และแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษาไปใช้ในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการนำปัญหาด้านการเรียนที่เกิดกับผู้ เรียนมาวิเคราะห์ หาสาเหตุร่วมกันระหว่างครูที่ปรึกษา นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนเป็นรายกรณี

ส่วนที่ 5 รายงานผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน 33 ภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ดังต่อไปนี้
มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.1.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 260 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลไม่ต่ำกว่า 2.00 จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.3) ผลกระทบ

ผลจากการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษามีความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายสำคัญ ที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมายสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ กำหนดสมรรถนะแกนกลางและสมรรถนะอาชีพมาพัฒนาและกำหนดหลักสูตร รวมทั้งออกแบบระบบการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาและสถานประกอบการที่ตอบสนองความต้องการของภาคการผลิตและบริการ

– ด้านวิชาการ

สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่หลากหลายโดยเน้นการสื่อสาร การคำนวณ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม

– ด้านเศรษฐกิจ

สถานศึกษามีการบริหารและจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคการผลิตและบริการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาระบบการศึกษาตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

– ด้านสังคม

ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา (Internal Quality Assurance) เป็นระบบที่สถานศึกษาสร้างความมั่นใจ (Assure) แก่ผู้รับบริการทั้งผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนองค์กรหรือสถานประกอบการที่รับผู้เรียนเข้าศึกษาต่อหรือทำงาน ว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
โครงการ แข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการ การแข่งขันกีฬาสี ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการประชุมผู้ใหญ่ปกครอง
ชมรมอักษรอไขว้คอร์สเวิร์ด

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาแกนกลาง จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
  • โครงการ แข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 15-31 กรกฎาคม 2567 ณ สนามกีฬาวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการแข่งขัน
  • โครงการ การแข่งขันกีฬาสี ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 20-26 ธันวาคม 2567 ณ สนามกีฬาวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการแข่งขัน
  • โครงการประชุมผู้ใหญ่ปกครอง 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 26 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทย-เยอรมัน(จีเทค) โดยจัดประชุม มีกิจกรรมกล่าวต้อนรับผู้ปกครอง 5 ภาษา
  • ชมรมอักษรไขว้คอร์สเวิร์ด ได้ดำเนินการตลอดปีการศึกษา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการฝึกสอนและแข่งขัน

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง โดยดำเนินการติดตามการดำเนินโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง 2.00 ขึ้นไป ภาพรวมระดับสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการวางแผนจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนส่งเสริมครูและผู้เรียน

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.1.2 การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ

1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

    • 1.1) ผลผลิต

    • ผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ จำนวน 260 คน
    • 1.2) ผลลัพธ์

    • ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100
    • 1.3) ผลกระทบ

    • – ด้านนโยบาย

    • สถานศึกษามีความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายสำคัญที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมายสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการ ด้านที่ 1 ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษารัฐบาลและเอกชน ประเด็นที่ 1.4 ยกระดับคุณภาพหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ยึดโยงกับ มาตรฐานอาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในระดับชาติและระดับสากล
    • – ด้านวิชาการ

    • การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ผลการพัฒนาคุณภาพส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ และคุณภาพที่พึงประสงค์เป็นไปตามมาตรฐาน
    • – ด้านเศรษฐกิจ

    • การนำผลประเมินมาตรฐานวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการ ของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน
    • – ด้านสังคม

    • ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา (Internal Quality Assurance) เป็นระบบที่สถานศึกษาสร้างความมั่นใจ (Assure) แก่ผู้รับบริการทั้งผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนองค์กรหรือสถานประกอบการที่รับผู้เรียนเข้าศึกษาต่อหรือทำงาน ว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียววางแผนการประเมินมาตรฐานวิชาชีพผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
  • โครงการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ปีการศึกษา 2557

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการดำเนินการตามโครงการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ดังนี้
  • โครงการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 6-7 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการทดสอบ

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการประเมินมาตรฐานวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยดำเนินการจัดทดสอบมาตรฐานวิชาชีพให้กับผู้เรียน ระดับชั้น ปวช. 3 และปวส. 2 เข้ารับการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ปรากฏผลดังนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรกคิดเป็นร้อยละ 100

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการประเมินมาตรฐานวิชาชีพไปพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการให้สาขาวิชาที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนต้องได้รับการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.1.3 การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต
สมรรถนะด้านภาษา
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐาน V-Net จำนวน 6 คน
สมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล ตามมาตรฐาน V-Net จำนวน 6 คน
1.2) ผลลัพธ์
สมรรถนะด้านภาษา
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะภาษาอังกฤษ ตามมาตรฐาน V-Net จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 4.92 ของผู้เข้ารับการประเมิน
สมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล
ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบสมรรถนะทักษะการใช้ดิจิทัล ตามมาตรฐาน V-Net จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 4.92 ของผู้เข้ารับการประเมิน

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษามีความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายสำคัญ ที่หน่วยงานต้นสังกัดมอบหมายสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการ ด้านที่ 1 ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษารัฐบาลและเอกชน ประเด็นที่ 1.4 ยกระดับคุณภาพหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในระดับชาติและระดับสากล

– ด้านวิชาการ

การทดสอบการพัฒนาทักษะทางภาษาของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษา ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัย มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะและ คุณภาพที่พึงประสงค์เป็นไปตามมาตรฐาน

– ด้านเศรษฐกิจ

การนำผลทดสอบการพัฒนาทักษะทางภาษาตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษามาใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียววางแผนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการทดสอบ V-NET

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการดำเนินการตามโครงการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพดังนี้
โครงการทดสอบ V-NET ปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 25 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทยเยอรมัน โดยวิธีการทดสอบ

2.3) การติดตามและประเมินผล

ผลการติดตามและประเมินผลการดำเนินการทดสอบ V-NET ปีการศึกษา 2567 ของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ผลปรากฏว่าผู้สำเร็จการศึกษาที่ผ่านการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ด้านภาษาอังกฤษและตัวดิจิทัล คิดเป็นร้อยละ 4.91

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการทดสอบการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ และด้านดิจิทัลโดยการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ให้กับผู้สำเร็จการศึกษา ทำให้ครูนำไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นต่อผู้สำเร็จการศึกษา ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษานำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาต่อ การทำงานและการทำผลงานทางวิชาการได้ และวิทยาลัยจะพัฒนาให้ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา(V-NET) ในปีการศึกษาต่อไปเพิ่มขึ้นผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอื่น ๆ ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านความรู้ ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี
1.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง
ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลไม่ต่ำกว่า 2.00 คิดเป็นร้อยละ 100
1.2 การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ
ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567 ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก คิดเป็นร้อยละ 100
2. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านความรู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้
3. จุดเด่นด้านความรู้
3.1 วิทยาลัยมีการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางโดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางตามเกณฑ์การวัดและประเมินผล ไม่ต่ำกว่า 2.00 คิดเป็นร้อยละ 100
3.2 วิทยาลัยมีการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาที่ผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก โดยมีการจัดโครงการติวผู้สำเร็จการศึกษาก่อนการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพครั้งแรก คิดเป็นร้อยละ 100
4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้
4.1 ควรพัฒนาการทดสอบสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษาให้มีจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบมากขึ้น และผลสัมฤทธิ์ทางการสอบเพิ่มขึ้น
5. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านความรู้
5.1 ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอาชีวศึกษาให้มากขึ้น
5.2 มีการติวก่อนการทดสอบเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการสอบเพิ่มขึ้น
6. ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้

 

 

 

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.1 ด้านความรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 6 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้
 

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่หลักสูตรกำหนด จำนวน 260 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่หลักสูตรกำหนด โดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลไม่ต่ำกว่า 2.00 จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการประเมิน

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

วิทยาลัยมีการพัฒนาศักยภาพผู้สำเร็จการศึกษา สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยผ่านการฝึกปฏิบัติงานจริงกับเครื่องมือ และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้ทำความร่วมมือกับสถานประกอบการทางด้านวิชาการและการฝึกอาชีพ เพื่อสร้างความเสมอภาค และความเท่าเทียม ให้กับผู้สำเร็จการศึกษา
วิทยาลัยมีนโยบายจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อเปิดให้ผู้เรียนได้ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ได้เรียนรู้การทำงาน การใช้ชีวิต การแก้ปัญหา เกิดประสบการณ์และทักษะโดยตรงจากสถานประกอบการ
วิทยาลัยสร้างภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ
วิทยาลัยได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะด้านภาษาและดิจิทัล เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
วิทยาลัยได้ดำเนินให้ครูผู้สอนใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซึ่งเป็นกระบวนกระบวนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ
วิทยาลัยได้มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะที่สอดคล้อง กับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สถานประกอบการ ตลาดแรงงาน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ตอบสนองความต้องการของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– ด้านวิชาการ

วิทยาลัยได้ดำเนินโครงการการพัฒนาโครงการวิชาชีพให้กับผู้สำเร็จการศึกษา โดยผู้สำเร็จการศึกษาต้องผ่านกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ดังนี้

1.1 โครงการปฐมนิเทศนักศึกษา ผู้ปกครองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567
1.2 โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ฝึกงาน ประจำปีการศึกษา 2567
1.3 โครงการแข่งขันทักษะระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567
1.4 โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2567
1.5 โครงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอาชีวศึกษา V-NET ประจำปีการศึกษา 2567
1.6 โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ (ศูนย์บ่มเพาะ) ประจำปีการศึกษา 2567
1.7 โครงการศึกษาดูงาน ประจำปีการศึกษา 2567
1.8 โครงการอบรมผู้เชี่ยวชาญ ประจำปีการศึกษา 2567
1.9 โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ(ที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน) ประจำปีการศึกษา 2567
วิทยาลัยได้กำหนดการอบรมครูทุกสาขา เพื่อพัฒนาตนเอง และพัฒนาวิชาชีพ อย่างเป็นกระบวนการ มีผลที่เกิดจากการเรียนการสอนที่สูงขึ้น
มีการบริหารจัดการทรัพยากรด้านต่าง ๆ ของวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
นำกระบวนการ PLC สู่การแก้ปัญหาผู้เรียน ซึ่งทำให้ครูได้เกิดการแลกเปลี่ยน ที่สอดคล้องกับบริบทของวิทยาลัย มีการกำกับ ติดตาม นิเทศ และประเมินผล ส่งเสริมครูที่เป็นครูมืออาชีพ

– ด้านเศรษฐกิจ

วิทยาลัยมีการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา แต่ละระดับการศึกษาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เกิดภาวะการมีงานทำที่สูงขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้สูงขึ้น คือ มีอาชีพและรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต
ผลิตนักเรียนนักศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตรงตามสาขาวิชาชีพที่สถานประกอบการต้องการ

– ด้านสังคม

ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำ ทำให้เกิดการจ้างงาน กินดี อยู่ดี ครอบครัวอบอุ่น มีรายได้เพียงพอ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดปัญหาการก่ออาชญากรรม ลดปัญหา การว่างงาน

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของวิทยาลัย

  • ผู้ปกครอง ชุมชนให้ความไว้วางใจในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัย และเป็นที่ยอมรับ
  • วิทยาลัยปลูกฝังจิตสำนึกในวิชาชีพและแต่ละวิชาชีพให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา โดยนำหลักความรู้ไปใช้ในสถานประกอบการได้อย่างถูกต้องและสถานประกอบการให้การยอมรับในการ จ้างงานของผู้สำเร็จการศึกษาเข้าทำงาน
  • วิทยาลัยมีความพร้อมในด้านการบริหารจัดการบุคลากร สภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ สื่อ แหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศของวิทยาลัยที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้คุณภาพการศึกษาด้านต่างๆ ของวิทยาลัยฯ มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเป็นอย่างดี

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัย มีการวางแผนพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ โดยมีแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ ดังนี้
  • โครงการปฐมนิเทศนักศึกษา ผู้ปกครองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ฝึกงาน ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการแข่งขันทักษะระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอาชีวศึกษา V-NET ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ (ศูนย์บ่มเพาะ) ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการศึกษาดูงาน ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการอบรมผู้เชี่ยวชาญ ประจำปีการศึกษา 2567
  • โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ(ที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน) ประจำปีการศึกษา 2567

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • โครงการปฐมนิเทศนักศึกษา ผู้ปกครองเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 22 มีนาคม 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยจัดปฐมนิเทศให้ความรู้ก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
  • โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียน นักศึกษา ฝึกงาน ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 1 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยจัดกิจกรรมสร้างขวัญและกำลังใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตการทำงานหรือศึกษาต่อ
  • โครงการแข่งขันทักษะระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยเทคโนโลยี ขอนแก่น และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยวิธีการเข้าร่วมการแข่งขัน
  • โครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 6-7 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการทดสอบ
  • โครงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติอาชีวศึกษา V-NET ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 5 มกราคม 2568 ณ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปราจีนบุรี โดยวิธีการทดสอบ
  • โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ (ศูนย์บ่มเพาะ) ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 9-10 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีจัดอบรม
  • โครงการศึกษาดูงาน ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 28 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทย-เยอรมัน (จีเทค) โดยวิธีเข้าเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ตามสาขาวิชาชีพ
  • โครงการอบรมผู้เชี่ยวชาญ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีจัดอบรม
  • โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ(ที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน) ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการวันที่ 7-24 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีส่งแบบสำรวจไปยังสถานประกอบการ

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัย ติดตามและประเมินผลการดำเนินการ ประเมินมาตรฐานวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยดำเนินการจัดการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัย นำผลการพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดย ดำเนินการดังนี้
  • พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และตรงตามสถานประกอบการต้องการ
  • วางแผนจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุน ส่งเสริมครูและผู้สำเร็จการศึกษา มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ และสร้างโอกาสในการศึกษาต่อ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.2 การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับภาค และระดับจังหวัด รวมทั้งสิ้น 33 รางวัล จำแนกในแต่ละระดับ ดังนี้
รางวัลระดับสถานศึกษา จำนวน 0 รางวัล
รางวัลระดับจังหวัด จำนวน 0 รางวัล
รางวัลระดับภาค จำนวน 9 รางวัล
รางวัลระดับชาติ จำนวน 24 รางวัล
รางวัลระดับนานาชาติ จำนวน 0 รางวัล

1.3) ผลกระทบ
– ด้านนโยบาย
สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาทักษะวิชาชีพเพื่อลดภาระของผู้เรียนและผู้ปกครองในประเด็นการพัฒนาทักษะและสมรรถนะวิชาชีพ (Up-Skill, Re-Skill) ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรม เพื่อพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีทักษะทางด้านวิชาชีพสู่การแข่งขันในระดับต่าง ๆ และสนับสนุนผู้เรียนในการฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ให้มีการพัฒนาสมรรถนะอาชีพ การผลิตและพัฒนากำลังคน ให้มีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการและวิชาชีพ
– ด้านวิชาการ
การดำเนินงานมุ่งให้ความรู้การพัฒนาทักษะทางวิชาชีพแก่ผู้เรียนผ่านกระบวนการ การจัดการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ และพัฒนาสมรรถนะ ความสามารถของผู้เรียน ให้สามารถนำความรู้ ความชำนาญทางด้านวิชาชีพสู่การแข่งขันในอนาคต
– ด้านเศรษฐกิจ
การส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะทางด้านวิชาชีพ สามารถกลายเป็นหนึ่งในกลไก ขับเคลื่อนตลาดแรงงาน เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ตามสิ่งที่ตนเองถนัดและสนใจแล้ว ยังช่วยสร้างบุคลากรเฉพาะทางในสายอาชีพต่าง ๆ ที่ตลาดแรงงานขาดแคลนหรือกำลังต้องการกำลังคนได้อีกด้วย
– ด้านสังคม
สถานศึกษาปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นบุคลากรที่ดีของสังคม มีความรู้ ความชำนาญด้าน วิชาชีพ มีคุณธรรมสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมและช่วยเหลือสังคมได้
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ
2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยเทคโนโลยี ขอนแก่น และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยวิธีการแข่งขัน
2.3) การติดตามและประเมินผล
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามประเมินผลการดำเนินการ ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะด้านทักษะวิชาชีพ โดยให้มีการประกวดแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับสถานศึกษา และ รายงานผลการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับสถานศึกษา ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะด้านทักษะวิชาชีพไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการให้มีการประกวดแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับสถานศึกษาและได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับจังหวัดระดับภาคและระดับชาติ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.3 สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 75 คน

1.2) ผลลัพธ์
 
ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 28.85 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด
 
ได้รับรางวัลจากการประเมินศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาในระดับดังนี้
 
จังหวัด ระดับ 0 ดาว
 
ภาค ระดับ 0 ดาว
 
ชาติ ระดับ 0 ดาว
1.3) ผลกระทบ
ผลที่เกิดจากการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือ ประกอบอาชีพอิสระอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้
– ด้านนโยบาย
สอดคล้องนโยบายยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษารัฐและเอกชน ในประเด็น ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียน “มีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำ มีเงินฝาก” มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนา ผู้ประกอบการใหม่ให้สามารถสร้างช่องทางการเข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ทางธุรกิจสำหรับการเพิ่มช่องทางอาชีพให้กับผู้เรียน สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
– ด้านวิชาการ
การดำเนินกิจกรรมที่มุ่งให้องค์ความรู้ด้านธุรกิจแก่ผู้เรียนและส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการแก่ผู้เรียนผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมภายในศูนย์บ่มเพาะ ผู้ประกอบการอาชีวศึกษา โดยการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้มีประสบการณ์การทำธุรกิจทั้งในและนอกสถานศึกษา สามารถนำความรู้และประสบการณ์ต่อยอดไปเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้
– ด้านเศรษฐกิจ
การส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการใหม่เพื่อเป็นรากฐานสำคัญทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม เช่น ธุรกิจ startup ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการรายใหม่ได้นำเสนอนวัตกรรมของสินค้าหรือบริการที่มีความน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ใน ในการต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีรายได้สามารถประกอบธุรกิจได้
– ด้านสังคม
การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีความเจริญเติบโต ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเสรีทางการค้า มีการเคลื่อนย้ายทรัพยากร เงินทุน แรงงาน ผู้ประกอบการ สินค้าและบริการต่างๆ และนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมผู้ประกอบการมากขึ้น ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษา นำความรู้ไปประกอบอาชีพและดำรงตนอยู่ในสังคมได้
– ด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา
การดำเนินกิจกรรมศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องการตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระโดยมีการจัดทำแผนงาน โครงการและกิจกรรมพัฒนาการศึกษาวิชาชีพด้วยการพัฒนาทักษะพื้นฐานของ ผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มีความรู้ทางด้านการจัดการธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งวิทยาลัยฯ อยู่ในพื้นที่แหล่งชุมชน มีโอกาส ในการดำเนินกิจกรรมศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาได้ดี
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ
2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการพัฒนาศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2567 โดยวิธีจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ
2.3) การติดตามและประเมินผล
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ โดยการเข้าสังเกตการอบรมและการลงมือทำกิจกรรมในขณะอบรม
2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำการพัฒนาสมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระมาใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.4 การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้
1.1) ผลผลิต

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ของบริษัทเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำนวน 2 คน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) จำนวน 38 คน
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัท WIL-CALCOMP จำนวน 4 คน

ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทวีแวร์ แอนด์ ไวร์เลส จำนวน 2 ค
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทกรีน ฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด จำนวน 6 คน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทบิสเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด จำนวน 29 คน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทสยามออโต้แบคส์ จำกัด จำนวน 13 คน
1.2) ผลลัพธ์
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัท WIL-CALCOMP จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทวีแวร์ แอนด์ ไวร์เลส จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทกรีน ฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทบิสเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
 
ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของ บริษัทสยามออโต้แบคส์ จำกัด จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
1.3) ผลกระทบ
ผลที่เกิดจากการดำเนินการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลให้กับผู้สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นระบบ เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้
– ด้านนโยบาย
สอดคล้องกับนโยบายศูนย์บริหาร เครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management :CVM) และข้อย่อยที่ 1.4 ยกระดับคุณภาพหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ยึดโยงกับมาตรฐาน อาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในระดับชาติและระดับสากล
– ด้านวิชาการ
การดำเนินการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลให้กับผู้สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีสมรรถนะอาชีพสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน สามารถปฏิบัติงานในสถานประกอบการได้อย่างมีศักยภาพ
– ด้านสังคม
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ตระหนักถึงความสำคัญของการรับรอง สมรรถนะอาชีพของผู้สำเร็จการศึกษาจากองค์กรภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ ถือเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกเพื่อการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาด แรงงาน จึงได้รับความเชื่อมั่นจากสถาน ประกอบการที่รับผู้สำเร็จการศึกษาเข้าทำงาน รวมทั้งเกิดเป็นความภาคภูมิใจต่อการเป็นนักศึกษา ที่ได้มาตรฐานของชุมชน สถานประกอบการ องค์กรท้องถิ่นและองค์กรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ
2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ได้วางแผนที่จะพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐาน อาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน
2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตาม มาตรฐานอาชีพโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1โครงการ ดังนี้
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 7 – 24 มกราคม 2568 โดยวิธีการทดสอบ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.5 การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 จำนวน 221 คน มีงานทำและศึกษาต่อ จำนวน 204 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 มีงานทำและศึกษาต่อ จำนวน 204 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 ของผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

วิทยาลัยฯ ส่งเสริมช่วยเหลือให้นักเรียนนักศึกษาสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแต่ละระดับ ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ มีทักษะวิชาชีพเป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ การศึกษา มีทักษะที่จำเป็นของคนในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะชีวิตดิจิทัล ทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิต สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน

– ด้านวิชาการ

วิทยาลัยฯ ได้นำข้อมูลการติดตามภาวะการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษา ไปใช้ในการประกอบการพิจารณาพัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัยในยุคศตวรรษที่ 21 รวมถึงการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ คุณธรรมจริยธรรม และทักษะการประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน

– ด้านเศรษฐกิจ

ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยฯ มีความรู้ ทักษะวิชาชีพเป็นไปตามมาตรฐาน คุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับการศึกษา มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถหางานทำหลังสำเร็จการศึกษาในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เป็นผู้ประกอบการและประกอบอาชีพอิสระ ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น

– ด้านสังคม

วิทยาลัยฯ ได้นำผลข้อมูลการติดตามการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละปีการศึกษา เพื่อช่วยเหลือ สนับสนุน แนะนำช่องทางในการประกอบอาชีพเพื่อลดอัตราการว่างงาน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้เกิดอัตราการก่ออาชญากรรมน้อยลง ทำให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุขตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีสุขภาวะที่ดี 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการติดตามการมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้

โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567
2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อติดตามการมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 8 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการส่งแบบสอบถามออนไลน์

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.2.6 ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยได้ดำเนินการศึกษาความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2566 รายละเอียดตามรายงานผลการศึกษาความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา

1.2) ผลลัพธ์

หน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ มีความพึงพอใจต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวเป็นกำลังคนสายอาชีพที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูงตอบสนองความต้องการกำลังคนของสถานประกอบการ

– ด้านวิชาการ

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีแนวทางในการพัฒนาทักษะคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ

– ด้านเศรษฐกิจ

ผู้เรียนมีสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ลดเวลาและ ทรัพยากรในการเตรียมคนเข้าสู่โลกอาชีพ มีความพร้อมในการทำงานทันที

– ด้านสังคม

ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีทักษะและสมรรถนะอาชีพสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้

โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2567

2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 8 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการส่งแบบสอบถามออนไลน์

2.3) การติดตามและประเมินผล
ผลการติดตาม และประเมินผลการดำเนินการประเมินความพึงพอใจของหน่วยงานสถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ผลปรากฏว่าสถานประกอบการหรือผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อผู้สำเร็จการศึกษาในระดับดีขึ้นไปภาพรวมของสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100

ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ จำนวน 6 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานอาชีพ การมีงานทำและศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี

1.1 การพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาในหมวดวิชาสมรรถนะอาชีพ

ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด จำนวน 260 คน ดังนี้
1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 174 คน
1.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 86 คน

2. ผู้สำเร็จการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพตามเกณฑ์การวัดและประเมินผล ไม่ต่ำกว่า 2.00 จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ดังนี้

2.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 174 คน คิดเป็นร้อยละ 100
2.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.2 การประกวดหรือแข่งขันทักษะทางวิชาชีพ
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 คน
ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 รางวัล ดังนี้
2.1 ระดับสถานศึกษา จำนวน 24 รางวัล
2.2 ระดับจังหวัด จำนวน – รางวัล
2.3 ระดับภาค จำนวน 9 รางวัล
2.4 ระดับชาติ จำนวน 24 รางวัล
2.5 ระดับนานาชาติ จำนวน – รางวัล

3.3 การทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลของผู้สำเร็จการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ

ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ทั้งหมด จำนวน 94 คน ผ่านการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ จำนวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน
1.4 ความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการหรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา
ในปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด จำนวน 221 คน ดังนี้
1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 63 คน
1.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 70 คน
2. ผู้สำเร็จการศึกษาที่วิทยาลัยติดตามได้ ที่หน่วยงาน สถานประกอบการ หรือผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ดังนี้
2.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 100
2.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน – คน คิดเป็นร้อยละ –

  •  

4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้
4.1 สมรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ
4.2 การมีงานทำหรือศึกษาต่อของผู้สำเร็จการศึกษา

  •  

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.2 ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5

ประเด็นการประเมินที่ 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 3 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.3.1 การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 260 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้สำเร็จการศึกษา

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษานำแนวนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ด้านการเสริมสร้างอาชีวศึกษาปลอดภัย ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน

– ด้านวิชาการ

การนำรูปแบบการดำเนินงานขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัย มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทั้งสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้เรียน ครอบครัวและชุมชนตามความเหมาะสม

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 12 โครงการ ดังนี้
โครงการค่ายพัฒนาบุคลิกภาพ
โครงการวันแม่แห่งชาติ
โครงการเลือกตั้งนายกองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย(อวท.)
โครงการประกวดดาว-เดือน ดาวเทียม
โครงการไหว้ครู และประดับเข็ม พิธีบายศรีสู่ขวัญต้อนรับน้องใหม่ ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการบริจาคโลหิต
โครงการปั้นเสียงสวรรค์สู่แชมป์ ปีที่ 21
โครงการแข่งขันกีฬาต่อต้านยาเสพติด เทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ 10 ครั้งที่ 21
โครงการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย (ทำบุญขึ้นปีใหม่)
โครงการมหกรรมกีฬาสีภายใน ประจำปีการศึกษา 2567
โครงการพี่น้องชุมฉ่ำ สานสัมพันธ์น้องพี่ ประจำปีการศึกษา 2567

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประเมินผลการดำเนินการ การพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา นำการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ไปใช้ในการพัฒนาผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการ ติดตามและประเมินผลปรากฏดังนี้
นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงาน องค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย
ตรวจสอบ ทบทวน โดยนำผลประเมินที่ได้มาทำการวิเคราะห์เพื่อวางแผน ปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานในครั้งต่อไป โดยเสนอแนะปัญหา แนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา
ประเมินคุณภาพการดำเนินกิจกรรมตามโครงการให้มีคุณภาพตาม วัตถุประสงค์
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 1.3.2 การประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด จำนวน 260 คน

1.2) ผลลัพธ์

ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด ในระดับ ดี ขึ้นไป จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลทั้งหมด

 ด้านเศรษฐกิจ

จากการนำรูปแบบการดำเนินงานขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัย มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ตลาดแรงงาน สามารถ ประยุกต์ใช้ความรู้และสมรรถนะในการประกอบอาชีพภายใต้หลักคุณธรรม จริยธรรม สามารถแข่งขันได้ และมีโอกาสก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพ 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาสมรรถนะผู้สำเร็จการศึกษาให้มีคุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 12 โครงการ ดังนี้ (รายการโครงการ 1-12 เหมือนหน้าที่ 51)

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประเมินผลการติดตามและประเมินผล การพัฒนาคุณภาพผู้ สำเร็จการศึกษาให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์การวัด และประเมินผลที่สถานศึกษากำหนดโดยดำเนินการประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาจากการเข้าร่วมกิจกรรมให้ผ่านการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่สถานศึกษากำหนด ร้อยละ 100

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการดูแล ช่วยเหลือและแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษา โดยดำเนินการจัดทำคำสั่งครูที่ปรึกษา เพื่อมอบหมายหน้าที่ประจำชั้นเรียน ในการดูแลช่วยเหลือให้คำแนะนำที่เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้เรียน ปรากฏผลดังนี้

ผู้เรียนที่จัดอยู่ในกลุ่มปกติได้รับการพัฒนา สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น
ผู้เรียนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปัญหา ได้รับคำแนะนำช่วยเหลือ
ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์และสังคม โดยผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมทักษะ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการติดตามประเมินผลการดูแลช่วยเหลือ และแนะแนวผู้สำเร็จการศึกษาไปใช้ในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยดำเนินการนำปัญหาด้านการเรียนที่เกิดกับผู้ เรียนมาวิเคราะห์ หาสาเหตุร่วมกันระหว่างครูที่ปรึกษา นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนเป็นรายกรณี

มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา
ประเด็นการประเมินที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 2 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.1.1 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

สาขาวิชาที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ จำนวน 11 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 100 ของสาขาวิชาทั้งหมดที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน

1.2) ผลลัพธ์

วิทยาลัยได้กำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตร (หลักสูตรสถานศึกษา) ตามกระบวนการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ ดังนี้
ศึกษาความต้องการของตลาดแรงงานเพื่อการพัฒนาหรือการปรับปรุงหลักสูตร
พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะในสาขาวิชาหรือสาขางานหรือรายวิชาร่วมกับสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะอาชีพสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน
การนำหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ได้จากการพัฒนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน

การติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.1.2 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ครูผู้สอนที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 28 คน

1.2) ผลลัพธ์

ครูผู้สอนที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้

โครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ/ปรับปรุงรายวิชา

2.2) การดำเนินการตามแผน

 

โครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ/ปรับปรุงรายวิชา ประจำปีการศึกษา 2566 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2567 – 18 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการสำรวจความต้องการของตลาดแรงงานนำมาพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัย มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม โดยดำเนินการนำหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาไปใช้ ปรากฏผลดังนี้ ครูทุกคนผ่านการนิเทศคุณลักษณะของการเป็นครูและลักษณะในการสอน

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลจากการประเมินและติดตามการพัฒนา หลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการนำข้อเสนอแนะที่ได้จากการนิเทศคุณลักษณะของการเป็นครูและลักษณะในการสอนไปวางแผนพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะในปีการศึกษา 2568

 

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประเด็นการประเมินที่ 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5

ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับมาตรฐาน มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์

ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประจำปีการศึกษา 2567 มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย 3 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาดังนี้

ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา จำนวน 2 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้ 1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี

1.1 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ

สาขาวิชาที่มีการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ จำนวน 11 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 100
1.2 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม
ครูผู้สอนที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100
2. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านความรู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้
3. จุดเด่นด้านความรู้
3.1 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ
สาขาวิชาที่มีการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ จำนวน 11 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 100

3.2 การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม
ครูผู้สอนที่พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยการปรับปรุงรายวิชาเดิม หรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100
4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้
4.1 ควรปรับปรุงรายวิชาเดิมให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความ ต้องการของสถานประกอบการที่มีการเปลี่ยนแปลง
5. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านความรู้
5.1 ประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่สถานประกอบการจะได้รับจากการร่วมพัฒนาหลักสูตรกับสถานศึกษา รวมทั้งจัดโครงการพัฒนาหลักสูตร สัญจรไปยังพื้นที่ต่างๆที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสถานประกอบการที่มีอุปสรรคในการเดินทางมายังสถานศึกษา แต่มีความต้องการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษา
5.2 คัดเลือกรายวิชาที่มีการปรับปรุงรายวิชาเดิมที่มีความสมบูรณ์และมีคุณภาพนำมาเป็นตัวอย่างและแลกเปลี่ยนความรู้จัดการองค์ความรู้ร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนารายวิชาในปีต่อไป

6. ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.1 ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านหลักสูตรอาชีวศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 7 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.2.1 การพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ครูผู้สอนที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 28 คน

1.2) ผลลัพธ์

ครูผู้สอนที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนของวิทยาลัยได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามกระบวนการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่วิทยาลัยกำหนด ดังนี้
วิเคราะห์หลักสูตรรายวิชาเพื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้
บูรณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม คุณลักษณะที่พึงประสงค์
กำหนดรูปแบบการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย
กำหนดการใช้สื่อ เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
กำหนดแนวทางการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่ต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านนโยบาย

วิทยาลัยฯ มีนโยบายให้ครูจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทุกรายวิชา และจัดทำวิจัยที่เกิดจากการเรียนการสอน

ด้านวิชาการ

จัดอบรมครูเรื่องการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการทำงานและประกอบอาชีพได้

ด้านเศรษฐกิจ

ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน เมื่อแรงงานมีคุณภาพ เศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านสังคม

การศึกษาที่มีคุณภาพช่วยลดปัญหาสังคม เช่นการว่างงานอาชญากรรม

ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น สื่อออนไลน์ช่วยลดการใช้กระดาษ และลดขยะ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.2.3 การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้
1.1) ผลผลิต
วิทยาลัยจัดการเรียนการสอนทั้งหมด จำนวน 11 สาขาวิชา มีสาขาวิชาที่ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการ จำนวน 11 สาขาวิชา
1.2) ผลลัพธ์
วิทยาลัยมีสาขาวิชาที่ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการ จำนวน 11 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 100 ของสาขาวิชาทั้งหมดที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน
1.3) ผลกระทบ
ผลที่เกิดจากการดำเนินการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพที่ต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้
ด้านนโยบาย
สามารถเพิ่มผู้เรียนทวิภาคีตามนโยบายได้มากขึ้น2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ
โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียนนักศึกษาฝึกงาน
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 22 มีนาคม 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการอบรมให้ความรู้
โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียนนักศึกษาฝึกงาน ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการอบรมให้ความรู้และอภิปราย
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการ ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 7-24 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีส่งแบบประเมินออนไลน์

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ โดยดำเนินการแต่งตั้งครูนิเทศติดตามงานทวิภาคีในสถานศึกษาด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ปรากฏผลดังนี้
ครูดูแลด้านงานทวิภาคีนิเทศติดตามการฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามปฏิทิน
ประเมินผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จากคู่มือการฝึกและแบบสอบถาม
บันทึกรายงานผลตามแบบฟอร์ม

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว นำผลการประเมินความพึงพอใจของหน่วยงาน สถานประกอบการ หรือผู้ใช้ต่อคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษามาพัฒนาคุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา โดยดำเนินการ ดังนี้
สัมมนาผู้เรียนหลังฝึกประสบการณ์วิชาชีพเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียนต่อไป
จัดทำข้อกำหนดและข้อตกลงในกรณีต่างๆ ตามข้อเสนอแนะของสถานประกอบการ
ประชุมหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงแก้ปัญหาพัฒนาเฉพาะราย

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.2.4 การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยมีครูผู้สอนทั้งหมด จำนวน 28 คน และครูผู้สอนที่จัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย จำนวน 28 คน

1.2) ผลลัพธ์

ครูผู้สอนของวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวเร่งดำเนินการในส่วนของนโยบายหลักจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2.1 ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา (Quality) ประเด็น 2.1.5 ปรับรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้ชุดการเรียนรู้อาชีพ (Modul) และการเรียนรู้การปฏิบัติ (Work Based)

– ด้านเศรษฐกิจ

ส่งผลให้สถานศึกษามีนโยบายจัดหาสื่อการเรียนการสอน จากเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายของคุณครูให้เหมาะสม มีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

– ด้านสังคม

ส่งผลให้สถานศึกษาปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นบุคลากรที่ดีของสังคม มีความรู้ ความชำนาญด้านวิชาชีพ มีคุณธรรมสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

ส่งผลให้เกิดอัตลักษณ์แก่ผู้เรียน ได้แก่ ยิ้มสวย งามไหว้ ทักทายดี

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการจัดการเรียนการสอน

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการจัดการเรียนการสอน ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 – 31 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการให้ครูผู้สอนสร้างสื่อการเรียนสอนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย โดยการติดตามและประเมินผลการดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การนิเทศการเรียนการสอนจากหัวหน้าสาขาวิชาและฝ่ายวิชาการ ปรากฏผลดังนี้ ผู้สอนทุกคนสามารถจัดการเรียนการสอนจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายนำไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน โดยให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้เกิดเกิดผลสูงสุดแก่ผู้เรียนภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.2.5 การบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ครูผู้สอนที่จัดทำที่ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 28 คน
ครูผู้สอนที่จัดทำข้อมูลสารสนเทศประจำชั้นเรียนและรายวิชาเป็นปัจจุบัน จำนวน 28 คน
ครูผู้สอนที่ใช้เทคนิควิธีการบริหารจัดการชั้นเรียนให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จำนวน 28 คน
ครูผู้สอนที่เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียน จำนวน 28 คน
ครูผู้สอนที่ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำนวน 28 คน

1.2) ผลลัพธ์

ครูผู้สอนที่จัดทำที่ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนที่จัดทำข้อมูลสารสนเทศประจำชั้นเรียนและรายวิชาเป็นปัจจุบัน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนที่ใช้เทคนิควิธีการบริหารจัดการชั้นเรียนให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนที่เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนที่ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้
– ด้านวิชาการ
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นคุณภาพและมีการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสมในทุกภาคเรียน โดยส่งเสริมครูผู้สอนให้สามารถจัดทำและใช้ นวัตกรรม เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนรู้
– ด้านเศรษฐกิจ
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อใช้ในการเรียนการสอน
– ด้านสังคม
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว สามารถผลิตกำลังคนโดยปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นบุคลากรที่ดีของสังคมโดยมีทักษะมีความชำนาญด้านวิชาชีพ มีคุณธรรม ปฏิบัติตามหลักธรรม เน้นคุณภาพทางด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัยและจิตพิสัย
– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการจัดการห้องเรียนให้ตรงตามสาขาและสมรรถนะวิชาชีพให้เอื้อต่อ การเรียนรู้ เช่น ห้องปฏิบัติประจำสาขาวิชา ตามพื้นที่ที่มีของสถานศึกษาอย่างเหมาะสม 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสมโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการนิเทศการสอน

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสมโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการนิเทศการสอนประจำปีการศึกษา 2566 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 4-14 มิถุนายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการเข้าสังเกตการณ์และประเมินการสอนของครูผู้สอน

2.3) การติดตามและประเมินผล

ผลการติดตาม และประเมินผลการดำเนินการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม ผลปรากฏว่าครูผู้สอนที่ดำเนินการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม มีการจัดทำเอกสารประจำชั้นเรียนและรายวิชาเป็นปัจจุบัน ใช้เทคนิควิธีการบริหารจัดการชั้นเรียนให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล ภาพรวมระดับสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100
2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสมไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยครูผู้สอนดำเนินการพัฒนาการจัดการเรียน การสอนให้ดียิ่งขึ้น โดยการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.2.6 การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองโดยมีการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) จำนวน 0 คน
ครูผู้สอนที่เข้าร่วมจัดตั้งกลุ่มพัฒนาวิชาชีพตามกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 28 คน
ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพตามรูปแบบอื่น จำนวน 28 คน

1.2) ผลลัพธ์

ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองโดยมีการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนที่ดำเนินการพัฒนาวิชาชีพตามกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
ครูผู้สอนที่พัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพตามรูปแบบอื่น จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ อย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

 

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษาส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ให้มีสมรรถนะสอดคล้องตามสาขา

วิชาชีพและการงาน

โดยการจัดทำโครงการอบรมพัฒนาบุคลากร มีการนำผลการพัฒนาตนเองมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีการนิเทศ ติดตาม มีผลงานจากการพัฒนาตนเองและการพัฒนาวิชาชีพ

– ด้านวิชาการ
การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ครูผู้สอนนำความรู้ ความสามารถทักษะ ที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพของผู้เรียน

– ด้านเศรษฐกิจ
การส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาผ่านโปรแกรมการเรียนรู้ทางสื่อโปรแกรมออนไลน์ ที่หน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานภายนอกจัดขึ้น ซึ่งการเรียนรู้ผ่านโปรแกรมออนไลน์จะเป็นการพัฒนา ตนเองด้วยการลดเวลาเพื่อการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการเรียนรู้และพัฒนาผ่านโปรแกรมออนไลน์นั้นมีความหลากหลายในองค์ความรู้ที่ต้องการพัฒนาและเป็นการประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย

– ด้านสังคม
สถานศึกษาส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูผู้สอนสร้างช่องทางการ ติดต่อสื่อสารระหว่างครู เพื่อนครู ชุมชน ผู้ปกครอง สถานประกอบการและองค์กรอื่นๆ เพื่อจัดจัดการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกัน เช่น Line, Facebook, Website เป็นต้น ครูทุกคนต้องเรียนรู้ พัฒนาตนเอง ให้มีความทันสมัยในการทำงานอยู่เสมอ ทันกับยุคดิจิทัล

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา
ความตระหนักและใส่ใจเรื่องความปลอดภัย ด้านสุขภาพ และให้ความสำคัญในการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม การช่วยกันประหยัดพลังงานอันจะนำแนวคิดดังกล่าวไปสู่ผู้เรียนซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อร่วมกัน ในการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในภาพรวม

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา
2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 2 โครงการ ดังนี้
โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรและปฐมนิเทศครูใหม่
โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรการเพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 1 โครงการ ดังนี้
โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรและปฐมนิเทศครูใหม่ ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 23 – 26 เมษายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทย-เยอรมัน(จี-เทค) โดยวิธีการอบรมเชิงปฏิบัติการ
โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรการเพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 24 – 27 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพไทย-เยอรมัน(จี-เทค) โดยวิธีการอบรมเชิงปฏิบัติการ

2.3) การติดตามและประเมินผล
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตาม และประเมินผลการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้ ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ โดยดำเนินการนิเทศติดตามการ นำนำผลที่ได้จากการพัฒนามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ปรากฏผลดังนี้
ครูผู้สอนจำนวน 28 คน ได้รับการอบรมพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ครบทั้ง 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100
ครูผู้สอนได้รับการนิเทศติดตามจากคณะกรรมการนิเทศติดตาม
ครูผู้สอนได้นำผลที่ได้จากการพัฒนามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพไปใช้ในการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาครูและบุคลากรเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งสนับสนุนให้ครูได้รับการพัฒนาในระบบออนไลน์ได้ตามความสนใจและต้องการพัฒนา
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.2.7 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต
วิทยาลัยมีครูผู้สอนทั้งหมด จำนวน 28 คน และมีครูผู้สอนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการเรียนการสอน จำนวน 28 คน
1.2) ผลลัพธ์
ครูผู้สอนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการเรียนการสอน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมดของสถานศึกษา
1.3) ผลกระทบ
ผลที่เกิดจากการดำเนินการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย
สอดคล้องกับนโยบาย สอศ. ประเด็นหลักที่ 3 ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาอาชีวศึกษารัฐและเอกชน ประเด็นย่อยที่ 3.1 ระดับสถานศึกษา และระดับห้องเรียน ส่งเสริมคุณภาพและสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการจัดอาชีวศึกษาโดย ใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน
สนับสนุนความพร้อมในด้าน Hardware สื่อการเรียนสอน ส่งเสริมการประกวดสื่อ/สื่อออนไลน์ และจัดตั้งวิทยาลัยแบบการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน

– ด้านวิชาการ
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอนสนับสนุนความพร้อมในด้าน Hardware สื่อการเรียนสอน ส่งเสริมการประกวดสื่อ/สื่อออนไลน์ 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการวางแผนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน โดยมีแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ ดังนี้
โครงการจัดการเรียนการสอน
โครงการสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567
โครงการสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567
โครงการบริหารจัดการระบบสารสนเทศ (Mis school)

2.2) การดำเนินการตามแผน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิคนิธีการสอนที่หลากหลายโดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 4 โครงการ ดังนี้
โครงการจัดการเรียนการสอน ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 – 31 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการให้ครูผู้สอนสร้างสื่อการเรียนสอนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน
โครงการสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการสอบผ่านระบบ Google form
โครงการสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการสอบผ่านระบบ Google form
โครงการบริหารจัดการระบบสารสนเทศ (Mis school) ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 – 31 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการอบรมการใช้ระบบ

2.3) การติดตามและประเมินผล
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน โดยดำเนินการ สำรวจการใช้สื่อการสอนประจำภาคเรียน ปรากฏผลดังนี้ ครูผู้สอนมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน ร้อยละ 100

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน โดยดำเนินการ ตรวจสอบการใช้สื่อการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน

ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา
ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา จำนวน 7 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย การบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี

1.1 การพัฒนาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ครูผู้สอนที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่เป็นสำคัญที่มีคุณภาพตามกระบวนการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ทุกรายวิชาที่ทำการสอน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.2 การนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน

ครูผู้สอนที่ได้นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทุกรายวิชาที่ทำการสอน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.3 การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ

ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพ จำนวน 11 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 100

1.4 การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย

ครูผู้สอนที่ได้จัดการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลายทุกรายวิชาที่จัดการเรียนการสอน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนครูผู้สอนทั้งหมด

1.5 การบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม

ครูผู้สอนที่มีการบริหารจัดการชั้นเรียนที่เหมาะสม ครบทั้ง 5 ด้าน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100

1.6 การพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ

ครูผู้สอนที่ได้รับการอบรมพัฒนาตนเอง และนำผลจากการพัฒนาตนเองมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมด

1.7 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน

ครูผู้สอนที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอนทุกรายวิชา จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูผู้สอนทั้งหมด
2. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านความรู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้

2.1 ชื่อ/หัวข้อเรื่อง (Best Practice/Innovation)

โครงการจัดการเรียนการสอน ประจำปีการศึกษา 2567

2.1.1 ความเป็นมาและความสำคัญ

การสอนเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุด ในกระบวนการจัดการศึกษา เพราะเป็นการนำหลักสูตรไปปฏิบัติให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ได้กำหนดไว้ คุณภาพของการจัดการศึกษาจะดีหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นกับการสอนเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำหน้าที่พัฒนา และเสริมสร้างผู้เรียนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและมีประสบการณ์การเรียนรู้เพิ่มขึ้น การวัดและประเมินผลจึงเป็นการสอนว่า ผู้เรียนบรรลุผลมากน้อยเพียงใด ตามธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการพัฒนาทางสติปัญญาและทางร่างกาย ซึ่งมีความแตกต่างกัน หลักสูตรของสถานศึกษาจะประสบความสำเร็จได้เพียงใดขึ้นอยู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่สอดคล้องและสอดรับกับจุดหมายของหลักสูตร ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้จะเครื่องมือนำทางให้ครูผู้สอน ใน การกำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตัวชี้วัดและเกิดประสิทธิภาพใน การจัดการ เรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียน ดังนั้นจึงได้จัดทำโครงการจัดการเรียนการสอน ประจำปีการศึกษา 2567 โดยใช้หลักสูตรของสถานศึกษาเพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.1.2 วัตถุประสงค์

เพื่อให้วิทยาลัยมีหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ สนองต่อการสร้างคุณภาพผู้เรียน
เพื่อให้ครูออกแบบหน่วยการเรียนรู้เกิด ประสิทธิภาพการสอน
เพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ

2.1.3 กรอบแนวคิด

    • การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-centered Learning) คือแนวทางที่เน้นให้ผู้เรียนมีบทบาทหลักในการสร้างความรู้ของตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ผู้จัดประสบการณ์ และผู้สนับสนุน แทนที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว การจัดการเรียนรู้แบบนี้จะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน (Active Learning) พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงกับชีวิตจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ

  • 1. เสนอโครงการ/ขออนุมัติโครงการ
  • 2. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ
  • 3. ประชุมชี้แจงมอบหมายหน้าที่ในการดำเนินงาน
  • 4. ดำเนินการ
  • 5. สรุปผลการดำเนินงาน
  • 6. รายงานผลการดำเนินงาน
  • 2.1.5 ผลการดำเนินงาน

    • การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งนำไปสู่การมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง การสร้างสรรค์ผลงาน การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และการเป็นผู้ที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และมีคุณธรรม

  • 2.1.6 ประโยชน์ที่ได้รับ

    • นักเรียนได้เรียนโดยใช้หลักสูตรของสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

    • ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร

    • ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

3. จุดเด่นด้านความรู้

      • 3.1 การเน้นทักษะปฏิบัติที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ผ่านการฝึกงานในสถานประกอบการ

      • 3.2 การพัฒนาทักษะและสมรรถนะของคุณครูให้ก้าวทันเทคโนโลยี

      • 3.3 การสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะพร้อมทำงานทันที หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้

4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้

      • 4.1 การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

      • 4.2 การพัฒนาทักษะและสมรรถนะของคุณครูให้ก้าวทันเทคโนโลยี

      • 4.3 การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้

      • 4.4 สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการ

5. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านความรู้

      • 5.1 ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและรายได้ให้ผู้เรียน

      • 5.2 การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคสถานประกอบการ เพื่อสร้างบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน

6. ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.2 ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา อยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ที่ระดับคะแนน 5

ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 7 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่
ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.1 การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม

1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยกำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีส่วนร่วมในการดำเนินการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา และจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณของสถานศึกษา เป็นต้น

1.2) ผลลัพธ์

วิทยาลัยมีรูปแบบ/นวัตกรรมในการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษามีความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายสำคัญที่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษามอบหมาย โดยความร่วมมือของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียน คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา รวมทั้งการช่วยเหลือส่งเสริม สนับสนุนจากผู้ปกครอง ชุมชนสถานประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

– ด้านวิชาการ

การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมทำให้เกิดการพัฒนาด้านวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากได้ดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาส่งผลถึงคุณภาพเชิงวิชาการของผู้เรียน รวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนโดยตรงอย่างทั่วถึง

– ด้านเศรษฐกิจ

การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมทำให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ตลาดแรงงาน สามารถประยุกต์ความรู้และสมรรถนะในการประกอบอาชีพภายใต้หลักคุณธรรม จริยธรรม สามารถแข่งขันได้ และมีโอกาสก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพ

– ด้านสังคม

การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการทั้งผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน สถานประกอบการที่รับผู้เรียนเข้าฝึกประสบการณ์ หรือรับผู้สำเร็จการศึกษาเข้าทำงาน

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมตามบริบทของสถานศึกษา

2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยมีงานตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
งานจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา
งานจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี
งานจัดทำคู่มือการประกันคุณภาพและแผนกำกับติดตามตรวจสอบการประกัน

2.2) การดำเนินการตามแผน

โครงการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 25 เมษายน-16 พฤษภาคม 2565 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการประชุมปรึกษาหารือ
โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการประชุมปรึกษาหารือ
โครงการจัดทำคู่มือการประกันคุณภาพและแผนกำกับติดตามตรวจสอบการประกันประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2566 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการประชุมปรึกษาหารือ

2.3) การติดตามและประเมินผล

    • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยดำเนินการจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงาน การรายงานผลการปฏิบัติงานโครงการ ติดตามผลโดยคณะกรรมการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการใช้แผนปฏิบัติราชการประจำปี และคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ติดตามประเมินผลโดยการนิเทศ ติดตามในการประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรากฏผลทำให้สถานศึกษามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

    • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมไปใช้ในการพัฒนาการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยดำเนินการสรุปข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2568-2570) และนำสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี 2568

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.2 การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

  •  

1.1) ผลผลิต

  • วิทยาลัยจัดให้มีระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน โดยกำหนดให้ครูที่ปรึกษาทุกคนดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ดังนี้

  • จัดทำข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล

  • คัดกรองผู้เรียนรายบุคคล

  • การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน

  • การป้องกันและแก้ไขปัญหา

  • การส่งต่อทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา

  • ครูที่ปรึกษาที่ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วย การจัดทำข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองผู้เรียนเป็นรายบุคคล การส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหา การส่งต่อทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา จำนวน 27 คน

1.2) ผลลัพธ์

  • ครูที่ปรึกษาดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ที่มีประสิทธิภาพ จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูที่ปรึกษาทั้งหมด

1.3) ผลกระทบ

  • ผลที่เกิดจากการดำเนินการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

  • ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องมีจรรยาบรรณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงและเป็นต้นแบบด้านคุณธรรมและจริยธรรม พัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาผู้เรียน เปลี่ยนบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูผู้สอน” เป็น “Coach” หรือ ผู้อำนวยการการเรียนรู้ทำหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้และวิธีจัดระเบียบการสร้างความรู้ ออกแบบกิจกรรมและสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนและมีบทบาทเป็นนักวิจัยพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนตามเป้าประสงค์

– ด้านวิชาการ

  • ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องมีความตระหนักถึงความสำคัญในอาชีพและหน้าที่ของตน โดยพัฒนาให้เป็นครูยุคใหม่ โดยเป็นผู้อำนวยการ การเรียนรู้ ปรับวิธีสอน ให้ผู้เรียนสามารถแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และทำกิจกรรมในชั้นเรียน หน้าที่ที่กระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้และวิธีจัด ระเบียบการสร้างความรู้ ออกแบบกิจกรรม และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้และทักษะในการดำรงชีวิตให้ผู้เรียน มีบทบาทเป็นนักวิจัยพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการดำรงชีวิตเพื่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีการพัฒนาเต็มตามศักยภาพทั้งด้านการเรียนรู้และสภาพจิตใจ

– ด้านเศรษฐกิจ

  • ผู้เรียนที่ด้อยโอกาสต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองตามสภาพปัญหา โดยจัดกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียนหรือมอบทุนการศึกษาช่วยเหลือผู้เรียนยากจนพิเศษ จัดกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพพารายได้ช่วยเหลือครอบครัว และในกรณีตรวจพบผู้เรียนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพยาเสพติดหรือสารเสพติด ได้ทำข้อตกลงกับผู้ปกครองให้ร่วมกันดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูในระบบสมัครใจ Walk in กับโรงพยาบาล หรือสาธารณสุขในพื้นที่ ไม่ให้ผู้เรียนออกจากสถานศึกษา ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนตามความสามารถ

– ด้านสังคม

  • ผู้เรียนที่มีปัญหาทุกคนต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่เหมือนกัน แต่จะได้รับการช่วยเหลือทุกคน โดยเฉพาะการให้คำแนะนำ ปรึกษาและการช่วยเหลือต่างๆ จากครูที่ปรึกษา

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

  • การจัดสภาพแวดล้อมและสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับผู้เรียนได้สัมผัสกับตัวอย่างที่ดี ควรได้รับการสนับสนุน ส่งเสริม ให้กำลังใจผู้เรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามความ สนใจ และตามศักยภาพ ซึ่งต้องใช้หลักจิตวิทยาในการเลี้ยงดูบุตรหลาน ให้คำปรึกษาแนะนำที่ดีแก่ผู้เรียน เสนอแนะแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีให้กับผู้เรียน 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 3 โครงการ ดังนี้

  • โครงการแจ้งการมาเรียนของนักเรียนถึงผู้ปกครอง (การส่งไปรษณีย์บัตร)

  • โครงการเยี่ยมบ้านเพื่อลดการออกกลางคันของผู้เรียนอาชีวศึกษา

  • โครงการแก้ปัญหานักเรียนมาสาย

  • โครงการอบรมรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและคัดกรองนักเรียน-นักศึกษากลุ่มเสี่ยง

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.3 การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยมีระบบข้อมูลและสารสนเทศที่จำเป็นในการบริหารจัดการสถานศึกษา เช่น ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบและเป็นปัจจุบัน ประกอบด้วย ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลอาคารสถานที่ ข้อมูลสถานประกอบการ ข้อมูลงบประมาณ ข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษา ข้อมูลการมีงานทำ ข้อมูลสารสนเทศสำหรับการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ครบถ้วนสมบูรณ์

1.2) ผลลัพธ์

วิทยาลัยมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษาครบทุกฝ่าย ทุกงาน ตามโครงสร้างการบริหารสถานศึกษา และมีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมต่อได้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาที่ทันสมัย และสามารถใช้ในการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.3) ผลกระทบ

ผลที่เกิดจากการดำเนินการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีการนำระบบดิจิทัลเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการบริหารสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ข้อที่ 5. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

– ด้านวิชาการ

ประสิทธิภาพ และการบริหารเวลา
การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์
เพื่อประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร
การเข้าถึงข้อมูล

– ด้านเศรษฐกิจ

ประหยัดงบประมาณ ทรัพยากร
สามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเข้าสู่วิทยาลัย

– ด้านสังคม

ความเท่าเทียมในการศึกษา
การมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนของระบบการศึกษา

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

  • การลดปริมาณการใช้กระดาษ และ ลดพื้นที่จัดเก็บเอกสาร

  • ระบบสารสนเทศของวิทยาลัย ช่วยให้การบริหารจัดการกับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา จำนวน 2 โครงการ 1 งาน ดังนี้

  • โครงการบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ Miss school

  • โครงการพัฒนาเว็บไซต์วิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2567

  • งานเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตพร้อมอุปกรณ์

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • โครงการบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศ Miss school ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการตลอดปี ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการอบรมเชิงปฏิบัติการและดำเนินการจัดทำข้อมูล

  • โครงการพัฒนาเว็บไซต์วิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการตลอดปี ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการพัฒนา Website ลงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและเผยแพร่ข้อมูล

  • งานเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตพร้อมอุปกรณ์ ประจำปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการตลอดปี ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการเช่าสัญญาณเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตพร้อมอุปกรณ์เพื่อบริหารจัดการระบบสารสนเทศในวิทยาลัย

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยดำเนินการดังนี้

  • กำกับ ติดตาม การปฏิบัติงาน

  • ประเมินระดับความพึงพอใจต่อระบบสารสนเทศภายในวิทยาลัย โดยใช้เครื่องมือแบบสอบถาม Google Forms แล้วนำผลมาปรับปรุงการดำเนินงานครั้งต่อไป

  • รายงานสรุปผลการดำเนินการของข้อมูลสารสนเทศเพื่อปรับปรุง/พัฒนาต่อไป

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาไปใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ง่ายต่อการตรวจสอบและปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.4 การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรืองานฟาร์ม
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยมีการดำเนินการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการโรงฝึกงาน หรืองานฟาร์มเพียงพอและปลอดภัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ดังนี้
อาคารเรียน จำนวน 5 หลัง
ห้องเรียน จำนวน 23 ห้อง
ห้องปฏิบัติการ จำนวน 9 ห้อง
โรงฝึกงาน จำนวน 4 โรงงาน
งานฟาร์ม จำนวน 0 ฟาร์ม
อื่น ๆ เช่น ศูนย์วิทยบริการหรือห้องสมุด ห้องพยาบาล สนามกีฬา สถานที่พักผ่อนเป็นต้น

1.2) ผลลัพธ์

วิทยาลัยมีห้องเรียน ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อมและปลอดภัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 100 ของอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการทั้งหมดของสถานศึกษา

1.3) ผลกระทบ

  • ผลที่เกิดจากการดำเนินการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์มอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

  • สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียนหรือผู้รับบริการ เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา โดยกำหนดโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี

– ด้านวิชาการ

  • สถานศึกษามีอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการผู้เรียนเพียงพอต่อความต้องการ

– ด้านเศรษฐกิจ

  • สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียนหรือผู้รับบริการ เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา

– ด้านสังคม

  • สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวก สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา

  • – ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

    • สถานศึกษามีแผนงาน โครงการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงานหรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียนหรือผู้รับบริการโดยการมีส่วนร่วมของครู บุคลากรและผู้เรียน 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานให้เพียงพอและปลอดภัยเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน จำนวน 2 โครงการ ดังนี้

  • โครงการปรับภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

  • โครงการก่อสร้างและปรับปรุงห้องเรียนห้องปฏิบัติการโรงฝึกงาน

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานให้เพียงพอและปลอดภัย เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน จำนวน 2 โครงการ ดังนี้

  • โครงการปรับภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัยใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2567 ถึง 1 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวโดยการปรับภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัยให้เอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา

  • โครงการก่อสร้างและปรับปรุงห้องเรียนห้องปฏิบัติการโรงฝึกงานได้ดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม 2567-เดือนเมษายน 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวโดยการก่อสร้างห้องคาร์แคร์เพิ่มจำนวน 5 ห้อง สร้างที่พักผ่อนนักเรียน ปรับปรุง Shop 2-3 ก่อสร้างรั้ววิทยาลัย

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีการติดตาม และประเมินผลการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์มของสถานศึกษา โดยดำเนินการบริหารจัดการการใช้ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการให้เพียงพอในการจัดการเรียนรู้ ตามบริบทของวิทยาลัยฯ มีการตรวจสอบความพร้อมในการใช้งานของอาคาร ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีการติดตาม และประเมินผลการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์มของสถานศึกษา โดยดำเนินการบริหารจัดการการใช้ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการให้เพียงพอในการจัดการเรียนรู้ ตามบริบทของวิทยาลัยฯ มีการตรวจสอบความพร้อมในการใช้งานของอาคาร ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.5 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ เพียงพอในการให้บริการ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้ ถนน ช่องทางเดินในสถานศึกษา ระบบระบายน้ำภายในสถานศึกษาที่เชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำของเทศบาล ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษา ระบบการสื่อสารภายในและภายนอกระบบ Wifi ระบบโทรศัพท์ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษา

1.2) ผลลัพธ์

วิทยาลัยมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพพร้อมใช้งานเพียงพอในการให้บริการ และปลอดภัย ดังนี้
ระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมกับสภาพใช้งานในสถานศึกษา ได้แก่ ระบบส่งกำลัง ระบบควบคุม ระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์ม สภาพวัสดุ อุปกรณ์ของระบบไฟฟ้าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และปลอดภัย
ระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาดและเพียงพอต่อความต้องการ
ถนน ช่องทางเดิน หรือระบบคมนาคมในสถานศึกษามีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย
ระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
ระบบการสื่อสารภายใน และภายนอกที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว
ระบบรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

  • สถานศึกษามีการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบคมนาคม ระบบการสื่อสาร รวมทั้งการจัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยประโยชน์สำหรับให้บริการทางการศึกษาแก่บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียน หรือผู้ใช้บริการในสถานศึกษา

 – ด้านวิชาการ

  • สถานศึกษามีระบบการสื่อสารภายใน และภายนอกที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ถนน ช่องทางเดิน หรือระบบคมนาคมในสถานศึกษาที่สะดวก ปลอดภัย มีระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา

     

– ด้านเศรษฐกิจ

  • ระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมกับสภาพใช้งานในสถานศึกษา

  • ระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการ

  • ถนน ช่องทางเดิน หรือระบบคมนาคมในสถานศึกษาที่สะดวก ปลอดภัย มีระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา

  • ระบบการสื่อสารภายใน และภายนอกที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว

  • ระบบรักษาความปลอดภัย

– ด้านสังคม

  • วิทยาลัยฯ มีถนน ช่องทางเดิน ระบบคมนาคมในสถานศึกษา มีความสะดวก ปลอดภัย มีระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะมูลฝอย สอดคล้องบริบทของสถานศึกษา ด้วยวิทยาลัยฯ ได้มีการบริหารจัดการพื้นที่ภายในวิทยาลัยฯ

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

  • ระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมกับสภาพใช้งานในสถานศึกษา

  • ระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการ

  • ถนน ช่องทางเดิน หรือระบบคมนาคมในสถานศึกษาที่สะดวก ปลอดภัย มีระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะภายในสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา

  • ระบบการสื่อสารภายใน และภายนอกที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว

  • ระบบรักษาความปลอดภัย 2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานจำนวน 3 โครงการ ดังนี้

  • โครงการความปลอดภัยในสถานศึกษา

  • โครงการซ่อมบำรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน

  • โครงการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานจำนวน 3 โครงการ ดังนี้

  • โครงการความปลอดภัยในสถานศึกษา ได้ดำเนินการตลอดปีการศึกษา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวโดยการจัดครูเวรประจำวัน และเวรปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ ของวิทยาลัย

  • โครงการซ่อมบำรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้ดำเนินการตลอดปีการศึกษา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวโดยการซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

  • โครงการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ ประจำปีการศึกษา 2566 ได้ดำเนินการตลอดปีการศึกษา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวโดยการจัดทำแผ่นปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ นิทรรศการ ภาพกิจกรรม วารสาร กระดานข่าว สื่อออนไลน์ ให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยดำเนินการ มีการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบคมนาคม ระบบการสื่อสาร รวมทั้งการจัดระบบรักษาความปลอดภัย ปรากฏดังนี้ มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบคมนาคม ระบบการสื่อสาร รวมทั้งการจัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษา

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลจากการติดตามและประเมินผลการพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคพื้นฐานไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยดำเนินการสำรวจความพึงพอใจ

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.6 การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

วิทยาลัยมีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการให้สอดคล้องกับบริบทของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ดังนี้
แหล่งเรียนรู้ เช่น ห้องเรียนเฉพาะทาง ศูนย์การเรียนรู้ ครบทุกแผนกวิชาที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน จำนวน 20 แหล่งเรียนรู้/ห้อง/ศูนย์
ศูนย์วิทยบริการหรือห้องสมุด จำนวน 1 ศูนย์/ห้อง

1.2) ผลลัพธ์

วิทยาลัยได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้/ห้องเรียนเฉพาะทาง/ศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์วิทยบริการหรือห้องสมุด ตามแผนงาน โครงการ ในแผนปฏิบัติการประจำปี ให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการศึกษา ค้นคว้า ของครูบุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน หรือผู้สนใจ

1.3) ผลกระทบ

– ด้านนโยบาย

  • นโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษา เรียนดี มีความสุข ซึ่งการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการสอดคล้องกับนโยบายการยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาคือการพัฒนาสื่อและครูภัณฑ์การศึกษาที่ทันสมัยตอบโจทย์การศึกษาปัจจุบันและอนาคต เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคือการนำระบบดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาการจัดการศึกษาและการบริหารจัดการ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการอย่างต่อเนื่องทำให้แหล่งเรียนรู้มีการพัฒนาปรับปรุงนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ เช่น การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

– ด้านวิชาการ

  • แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีความพร้อมในเรื่องของการให้บริการแก่ผู้ที่เข้ามาศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหนังสือหรือสื่อต่าง ๆ รวมทั้งการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเองทางอินเทอร์เน็ต

– ด้านสังคม

  • แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวมีการปรับปรุงพื้นที่และจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้บริการแก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา บุคคลภายนอก ชุมชนใกล้เคียง

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

  • แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการมีการพัฒนาและจัดพื้นที่ทำให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่ในห้องสมุดได้อย่างสะดวก มีพื้นที่เปิดให้แสงธรรมชาติได้เข้าถึงและการระบายอากาศที่ดี มีบริเวณพักผ่อนที่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย บรรยากาศที่สะดวกสบาย น่าใช้บริการและจะก่อให้เกิดการเรียนรู้
    2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการจำนวน 1 โครงการ ดังนี้

  • โครงการแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการจำนวน 1 โครงการ ดังนี้

  • โครงการแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการได้ดำเนินการตลอดปีการศึกษา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวโดยการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้บริการ

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ ปรากฏผลดังนี้
    2.3.1 แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการมีความพร้อมและมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้ใช้บริการ
    2.3.2 แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการมีพื้นที่สำหรับให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    2.3.3 แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการมีสื่อที่ให้ความรู้ที่ทันสมัยคือการนำ E-Library สำหรับการสืบค้นข้อมูล ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งแหล่งเรียนรู้ในแต่ละแผนกวิชาที่จัดขึ้น
    2.3.4 แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการมีการปรับปรุงเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้บริการและพัฒนาห้องสมุดสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์
    2.3.5 แหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการมีการประเมินความพึงพอใจต่อการเข้าใช้บริการห้องสมุด

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลผลิตติดตามและประเมินผลการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการไปใช้ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ โดยดำเนินการนำข้อเสนอแนะที่ได้จากการทำแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่เข้ามาใช้บริการในห้องสมุดนำมาปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น รายละเอียดดังนี้
    2.4.1 จัดหาสื่อและทรัพยากรสารสนเทศที่ทันสมัยเข้ามาให้บริการ เช่น หนังสืออ่านเพิ่มเติม เช่น หนังสือนวนิยาย เยาวชน และสื่ออินเทอร์เน็ต
    2.4.2 จัดหาคอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้นเพิ่มเติม

ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 2.3.7 การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

  • 1.1) ผลผลิต

    • วิทยาลัยได้นำผลจากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ในส่วนของข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน ประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา มากำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้น จำนวน 16 โครงการ กิจกรรม ดังนี้

    • โครงการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษา V-NET

    • โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพ

    • โครงการแก้ปัญหานักเรียนมาสาย

    • โครงการความปลอดภัยในสถานศึกษา

    • โครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ/ปรับปรุงรายวิชา

    • โครงการพัฒนาแผนจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ

    • โครงการแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ

    • โครงการก่อสร้างและปรับปรุง ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน

    • โครงการปรับภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    • โครงการวิทยาลัยฯ จิตอาสาให้บริการชุมชน (มอบถุงยังชีพ ปันสุข)

    • โครงการบริจาคโลหิต

    • โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

    • โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน

    • โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียนนักศึกษาฝึกงาน

    • โครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่และโครงการวิทยาศาสตร์

    • โครงการประกวดผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานวิจัยของครูและนักศึกษา

    • 1.2) ผลลัพธ์

      • วิทยาลัยได้นำผลจากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ในส่วนของข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน ประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา มากำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้น จำนวน 16 โครงการ กิจกรรม ดังนี้

      • โครงการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษา V-NET
        ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

      • ในปีการศึกษา 2567 มีผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว เข้ารับการทดสอบหรือประเมินสมรรถนะทางด้านภาษา และวัดระดับสมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) ทั้งหมด จำนวน 122 คน ผ่านการทดสอบหรือประเมิน จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 4.91 ของผู้เข้ารับการทดสอบหรือประเมิน

      • โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพ
        ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

        • ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 คน

        • ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ได้รับรางวัลจากการประกวดหรือแข่งขันทักษะวิชาชีพ จำนวน 24 รางวัล ดังนี้
          2.1 ระดับสถานศึกษา จำนวน 24 รางวัล
          2.2 ระดับจังหวัด จำนวน – รางวัล
          2.3 ระดับภาค จำนวน 9 รางวัล
          2.4 ระดับชาติ จำนวน 24 รางวัล
          2.5 ระดับนานาชาติ จำนวน – รางวัล

โครงการแก้ปัญหานักเรียนมาสาย
ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้
นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมตรงต่อเวลา มีระเบียบวินัยในตนเอง

  • ส่งเสริมรักชาติศาสนา
  • เข้าเรียนตรงเวลาทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น
  • โครงการความปลอดภัยในสถานศึกษา

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • นักเรียนนักศึกษามีความสุขกับการเรียน
  • ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นไว้ใจในการส่งบุตรหลานมาเรียน
  • เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
  • โครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ/ปรับปรุงรายวิชา
  • ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว จัดการเรียนการสอนทั้งหมด จำนวน 11 สาขาวิชา
  • สาขาวิชาที่มีการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเป็นระบบ จำนวน 11 สาขาวิชา
  • คิดเป็นร้อยละ 100
  • โครงการพัฒนาแผนจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีครูผู้สอนทั้งหมด จำนวน 28 คน
  • ครูผู้สอนที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญที่มีคุณภาพตามกระบวนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ทุกรายวิชาที่ทำการสอน จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100
  • โครงการแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ
  • ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว จัดการเรียนการสอนทั้งหมด จำนวน 5 สาขาวิชา
  • สาขาวิชาที่มีการดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ จำนวน 5 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 100
  • โครงการก่อสร้างและปรับปรุง ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้
  • สถานศึกษามีการสำรวจความต้องการของผู้ใช้ในการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม
  • สถานศึกษามีแผนงาน โครงการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียนหรือผู้รับบริการ
  • สถานศึกษามีการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกตามแผนงาน โครงการที่กำหนด
  • สถานศึกษาปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
  • สถานศึกษามีอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการผู้เรียนเพียงพอต่อความต้องการ และมีการพัฒนาดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
  • โครงการปรับภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • สถานศึกษามีการสำรวจความต้องการของผู้ใช้ในการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม
  • สถานศึกษามีแผนงาน โครงการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียนหรือผู้รับบริการ
  • สถานศึกษามีการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกตามแผนงาน โครงการที่กำหนด
  • สถานศึกษาปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
  • สถานศึกษามีอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการผู้เรียนเพียงพอต่อความต้องการ และมีการพัฒนาดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
  • โครงการวิทยาลัยฯ จิตอาสาให้บริการชุมชน (มอบถุงยังชีพ ปันสุข)

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • บุคคลในชุมชนได้รับความช่วยเหลือตามความเหมาะสม
  • นักเรียนนักศึกษามีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีคือการรู้จักเป็นผู้ให้ที่ดี
  • ผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษามีความรู้สึกและความสัมพันธ์อันดีต่อวิทยาลัย
  • บุคคลในชุมชนมีความรู้สึกและมีความสัมพันธ์อันดีต่อวิทยาลัย
  • โครงการบริจาคโลหิต

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • นักเรียนนักศึกษาได้ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม
  • นักเรียนนักศึกษาได้ร่วมกันทำความดีด้วยหัวใจ รู้จักเป็นผู้ให้ มีจิตอาสา
  • โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • นักศึกษาได้รับทราบข้อมูลสถานประกอบการทั้งของภาครัฐและเอกชน
  • นักศึกษาทราบระเบียบข้อปฏิบัติของสถานประกอบการในระหว่างฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
  • นักศึกษาได้รับประสบการณ์จากสถานประกอบการโดยตรง
  • โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • ทราบถึงความพึงพอใจของสถานประกอบการในการทำงานของนักศึกษา
  • ทราบความคิดเห็นของผู้ประกอบการที่มีต่อนักศึกษา ในด้านข้อดี ข้อควรพัฒนาเพิ่มเติมที่สถานประกอบการต้องการ
  • ได้ข้อมูลเพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดทำระบบทวิภาคีต่อไป
  • โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียนนักศึกษาฝึกงาน

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • นักศึกษาได้รับการปัจฉิมนิเทศมีความคิดในการสร้างสรรค์และการใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขและมีขวัญกำลังใจจากคณะผู้บริหารและครูอาจารย์
  • นักศึกษามีความเข้าใจและตระหนักถึงการเตรียมตัวด้านต่าง ๆ เพื่อต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพ
  • โครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่และโครงการวิทยาศาสตร์

ผลการดำเนินการนำผลการประกันคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาทำให้เกิดผลดังนี้

  • นักศึกษามีความรู้ ทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นำไปใช้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม
  • นักศึกษามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม
  • โครงการประกวดผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานวิจัยของครูและนักศึกษา
  • นักศึกษาได้นำผลงานด้านสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม เข้าประกวดและเผยแพร่ต่อผู้สนใจ
  • ผลงานด้านสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์

1.3) ผลกระทบ

  • จากการนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

  • สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นโยบายหลัก (Policy) ด้านที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ประเด็นที่ 5.5 ส่งเสริมและพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการอาชีวศึกษา ทำให้สถานศึกษามีความสำเร็จในการดำเนินการบริหารจัดการสถานศึกษาตามนโยบายสำคัญที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด

– ด้านวิชาการ

  • การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยฯ มีคุณภาพทั้งในความรู้ ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้ และด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา

– ด้านเศรษฐกิจ

  • จากการนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยฯ มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน มีทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และสมรรถนะในการประกอบอาชีพ มีความสามารถในการแข่งขัน มีโอกาสก้าวหน้าทางด้านอาชีพ

– ด้านสังคม

  • ระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เป็นระบบที่สถานศึกษาสร้างความมั่นใจ แก่ผู้รับบริการทั้งผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนองค์กรหรือสถานประกอบการที่รับผู้เรียนเข้าศึกษาต่อหรือทำงาน ว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด สามารถผลิตกำลังคนได้ตามที่สังคมคาดหวัง สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งสร้างประโยชน์ให้แก่ครอบครัวและชุมชนตามความเหมาะสม

– ด้านสิ่งแวดล้อม

  • การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้วิทยาลัยฯ มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมตามบริบทของสถานศึกษา
    2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ ดังนี้

  • นำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการกำหนดมาตรฐานการศึกษา

  • นำมาตรฐานการศึกษาไปใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา

  • นำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติโดยการจัดทำแผนปฏิบัติประจำปีของสถานศึกษา

2.2) การดำเนินการตามแผน

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา ซึ่งนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการวางแผน โดยดำเนินการ ดังนี้

  • ดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา

  • ดำเนินการปรับเปลี่ยนแผนในกรณีที่ไม่สามารถทำตามแผนที่กำหนดไว้ได้

  • มีการควบคุมคุณภาพ โดยรายงานผลการดำเนินงานตามกระบวนการ PDCA

2.3) การติดตามและประเมินผล

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา โดยดำเนินการดังนี้

  • นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานแผนปฏิบัติราชการประจำปี

  • ตรวจสอบทบทวนโดยนำผลประเมินที่ได้มาทำการวิเคราะห์เพื่อวางแผนปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานในครั้งต่อไป

  • ประเมินผลคุณภาพการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน รายงานผลการประเมินตนเองเพื่อการประกันคุณภาพภายใน ประจำปีการศึกษา 2567 ผลปรากฏว่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน 33 ภารกิจ

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องโดยดำเนินการดังนี้

  • การจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา

  • นำผลการประเมินคุณภาพจากภายนอกไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทบทวนแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้ดียิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา
ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ
ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ จำนวน 7 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์ม การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้
1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านการบริหารจัดการ ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี

1.1 การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม

ผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม โดยให้คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ


1.2 การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน

จำนวนครูที่ปรึกษาที่ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพ จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของครูที่ปรึกษาทั้งหมด


1.3 การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์ม

สถานศึกษามีการสำรวจความต้องการของผู้ใช้ในการพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม
สถานศึกษามีแผนงาน โครงการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งานของผู้เรียนหรือผู้รับบริการ
สถานศึกษามีการพัฒนาและดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกตามแผนงาน โครงการที่กำหนด
สถานศึกษาปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
สถานศึกษามีอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งการเรียนรู้ โรงฝึกงาน หรือฟาร์ม และสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการผู้เรียนเพียงพอต่อความต้องการ และมีการพัฒนาดูแลสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ของสถานศึกษาให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้


1.4 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน

มีระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมกับสภาพใช้งานในสถานศึกษา
มีระบบประปา หรือน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาด และเพียงพอต่อความต้องการ
มีถนน ช่องทางเดิน หรือระบบคมนาคมในสถานศึกษาที่สะดวก ปลอดภัย
มีระบบระบายน้ำ ระบบกำจัดขยะ ภายในสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
มีระบบสื่อสารภายใน และภายนอกที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว
มีระบบรักษาความปลอดภัย
มีห้องน้ำ ห้องสุขา เพียงพอและสะอาดถูกสุขลักษณะ
ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ห้องสมุด ห้องพยาบาล สนามกีฬา สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ


1.5 การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ได้นำผลจากรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ในส่วนของข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน ประเด็นการประเมิน และภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา มากำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้น จำนวน 16 โครงการ
โครงการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึกษา V-NET
โครงการแข่งขันทักษะวิชาชีพ
โครงการแก้ปัญหานักเรียนมาสาย
โครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ/ปรับปรุงรายวิชา
โครงการพัฒนาแผนจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ
โครงการแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ
โครงการก่อสร้างและปรับปรุง ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน
โครงการปรับภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม
โครงการวิทยาลัยฯ จิตอาสาให้บริการชุมชน (มอบถุงยังชีพ ปันสุข)
โครงการบริจาคโลหิต
โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
โครงการสำรวจความพึงพอใจของสถานประกอบการที่นักศึกษาไปฝึกงานหรือไปทำงาน
โครงการปัจฉิมนิเทศนักเรียนนักศึกษาฝึกงาน
โครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่และโครงการวิทยาศาสตร์
โครงการประกวดผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานวิจัยของครูและนักศึกษา
โครงการความปลอดภัยในสถานศึกษา

2. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านความรู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้

3. จุดเด่นด้านความรู้
3.1 การบริหารจัดการสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม
3.2 การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
3.3 การพัฒนาอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงานหรือฟาร์ม
3.4 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
3.5 การนำผลการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้
4.1 การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา
4.2 การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และศูนย์วิทยบริการ
5. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านความรู้
5.1 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ห้องสมุด
5.2 พัฒนาเว็บไซต์วิทยาลัย
6. ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา
ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา ประเด็นการประเมินที่ 2.3 ด้านการบริหารจัดการ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.1 ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ ด้านความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

ประเด็นการประเมินที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ประกอบด้วยภารกิจหรือกิจกรรมของสถานศึกษา จำนวน 1 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ ภารกิจหรือกิจกรรมที่ 3.2.1 การส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์การต่าง ๆ 1) ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา (สัมฤทธิ์) ดังนี้

1.1) ผลผลิต

นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ จำนวน 14 ผลงาน
ครูที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดทำนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัยของผู้เรียน จำนวน 12 คน
1.2) ผลลัพธ์
นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน องค์กรต่าง ๆ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์และเผยแพร่สู่สาธารณชน จำนวน 14 คิดเป็นร้อยละ 100 ของนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัยของสถานศึกษาทั้งหมด
1.3) ผลกระทบ
วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชนและองค์กรต่าง ๆ ที่ต่อเนื่อง เกิดผลกระทบในด้านต่าง ๆ ดังนี้

– ด้านนโยบาย

สถานศึกษามีการขับเคลื่อนกิจกรรมการประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และงานวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษารัฐและเอกชน ตามนโยบายหลักข้อที่ 1 การปฏิบัติราชการ ข้อที่ 1.10 เพิ่มสมรรถนะผู้เรียนสู่กำลังคนสมรรถนะสูง ด้วยการสร้างผลงานสร้างสรรค์ งานวิจัยและนวัตกรรมอาชีวศึกษา และนโยบาย ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ โดยตรงกับนโยบายการปฏิบัติราชการ เรียนดี มีความสุข วาระงานพัฒนาที่ 3 ยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง ข้อที่ 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม การวิจัยและสิ่งประดิษฐ์

– ด้านวิชาการ

สถานศึกษามีการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนางานวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และงานสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะกำลังคน ในการประกอบอาชีพ และตรงต่อความต้องการของสถานประกอบการ โดยการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา โครงงานของแต่ละวิชาชีพ เพื่อนำองค์ความรู้มาบูรณาการ คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ พัฒนา ผลงานหรือชิ้นงานสู่การแข่งขัน อีกทั้งมีการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ งานวิชาการ ให้ครูผู้สอนจัดทำผลงานวิจัยในชั้นเรียน

– ด้านเศรษฐกิจ

สถานศึกษามีการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และต่อยอด ผลงานหรือชิ้นงานของผู้สำเร็จการศึกษาเข้าสู่กระบวนการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โดยการทำความร่วมมือกับหน่วยงาน ชุมชน ท้องถิ่นเพื่อให้เกิดรายได้หรือสามารถใช้ประกอบเป็นอาชีพได้

– ด้านสังคม

สถานศึกษาได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายในและภายนอก ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ตลอดจนมีการเผยแพร่และนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชนและหน่วยงาน

– ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามบริบทของสถานศึกษา

สถานศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อำนวยความสะดวกในการจัดหาทรัพยากร การคมนาคม และติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย2) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา

2.1) การวางแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว วางแผนการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 2 โครงการ ดังนี้
โครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่และโครงการวิทยาศาสตร์
โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์งานวิจัยครูและนักเรียน

2.2) การดำเนินการตามแผน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียวได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ โดยมีโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี จำนวน 2 โครงการ ดังนี้
โครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่และโครงการวิทยาศาสตร์ ได้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2567 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Project base Learning
โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์งานวิจัยครูและนักเรียน ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 28 มกราคม 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชุมแพ-ไทยเยอรมัน โดยวิธีการจัดนิทรรศการ แสดงผลงานและการประกวดแข่งขัน

2.3) การติดตามและประเมินผล

วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ติดตามและประเมินผลการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชนและองค์กรต่าง ๆ โดยดำเนินการติดตามและประเมินผลโครงการต่าง ๆ ซึ่งปรากฏผลดังนี้
การจัดกิจกรรมนำเสนอโครงงานภายในสถานศึกษา
รูปเล่ม PDCA รายงานผลโครงการงานวิชาชีพ
การนำผลงานเข้าร่วมประกวด

2.4) การปรับปรุงและพัฒนา

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการส่งเสริม สนับสนุนด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชนและองค์กรต่าง ๆ ไปใช้ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์และงานวิจัย โดยดำเนินการ ดังนี้

  • การส่งเสริม พัฒนา นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัยให้เข้าสู่กระบวนการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม

  • การส่งเสริม พัฒนา นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย ไปสู่ชุมชน องค์กรต่าง ๆ และเข้าร่วมการแข่งขันผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย

    ผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย จำนวน 1 ภารกิจหรือกิจกรรม ได้แก่ การส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์การต่าง ๆ ปรากฏผลการพัฒนาคุณภาพ ดังนี้

    1. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย ที่มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปี

    • 1.1 การส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้เรียน หรือบุคคล ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ

      • ในปีการศึกษา 2567 วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว มีผลงานนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัย จำนวน 14 ผลงาน

      • ผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ และงานวิจัยของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ดังนี้

    • 2.1 ครู จำนวน 12 คน

    2. ผลการพัฒนาคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาด้านความรู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือ นวัตกรรม (Innovation) จนเป็นต้นแบบให้สถานศึกษาอื่นได้นำไปใช้

    3. จุดเด่นด้านความรู้

    • 3.1 สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับชุมชนจริงและต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

    • 3.2 สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

    • 3.3 ต้นทุนต่ำ

    4. จุดที่ควรพัฒนาด้านความรู้

    • 4.1 เพิ่มจำนวนนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์

    • 4.2 ส่งเสริมการแข่งขันระดับชาติ

    5. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาด้านความรู้

    • 5.1 เพิ่มทักษะของนักศึกษาในการนำ AI มาพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย

    6. ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ประเด็นการประเมินที่ 3.2 ด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ งานสร้างสรรค์ งานวิจัย

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับสถานศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา ดังนี้

สรุป ผลการประเมินคุณภาพมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามเกณฑ์การประเมิน พบว่า การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4

 

ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับสถานศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 3 มาตรฐาน 9 ประเด็นการประเมิน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ จำนวน 3 ประเด็นการประเมิน มาตรฐานที่ 2 การจัดการอาชีวศึกษา จำนวน 4 ประเด็นการประเมิน และมาตรฐานที่ 3 การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน 2 ประเด็นการประเมิน ปรากฏผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา ดังนี้

สรุป ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา ในภาพรวมของสถานศึกษาอยู่ในระดับคุณภาพ ดีมาก ที่ระดับคะแนน 4.44

Post Views: 171